รายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๕๖
เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖  หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้จัดพิธีประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๓ ขึ้น เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
โดยมีภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น ๒๕ เรื่อง จากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคัดเลือกจากรายชื่อภาพยนตร์ที่ประชาชนทั่วประเทศ
ร่วมเสนอเข้ามาประกอบกับรายชื่อจากการเสนอของคณะทำงานหอภาพยนตร์

การประกาศครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบว่า ภาพยนตร์เหล่านี้จะได้รับการเก็บรักษาดูแลอย่างดีจากหอภาพยนตร์ เพื่อให้เป็นมรดกการเรียนรู้แก่อนุชน
รุ่นหลังสืบไป  ซึ่งมรดกภาพยนตร์ทั้ง ๒๕ เรื่องประจำปีนี้ มีรายชื่อดังต่อไปนี้
 

๑. VISIT OF THE PRINCE OF SIAM (1901) หรือ การมาเยือนของมกุฎราชกุมารแห่งสยาม

พ.ศ. ๒๔๔๔  ความยาว ๒.๔๖ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
อำนวยการสร้าง  Mitchell & Kenyon
 
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ สมาคมศิษย์เก่าวชิราวุธ ได้สืบค้นหาภาพยนตร์บันทึกเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ ในต่างประเทศ และพบว่ามีภาพยนตร์บันทึกภาพพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ในสมัย
ที่ยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ประทับศึกษาอยู่ในประเทศอังกฤษ จึงได้ติดต่อจัด
ซื้อสำเนาภาพดิจิทัลจากภาพยนตร์นี้เข้ามาประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ในโอกาสจัดงานฉลอง
โรงเรียนวชิราวุธ ๑๐๐ ปี และได้กรุณาบริจาคภาพยนตร์ดิจิทัลนี้แก่หอภาพยนตร์ด้วย ซึ่งมีค่า
ในฐานะตัวอย่างอันหาได้ยากยิ่งของภาพยนตร์ที่บันทึกภาพพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ เท่าที่มี
เหลืออยู่ในโลก

๒. ช้าง (Chang: A Drama of the Wilderness)

พ.ศ. ๒๔๗๐  ความยาว ๖๙ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
อำนวยการสร้าง  Paramount Pictures
 
พ.ศ. ๒๔๖๙ คณะถ่ายหนังจากฮอลลีวู้ด ในนามบริษัทพาราเมาท์ ได้เดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์“ช้าง” หรือChang: A Drama of the Wilderness ในสยาม เพื่อแสดงวิถีชีวิตของ
ชาวพื้นเมืองสยามในบ้านป่า ซึ่งต้องผจญกับสัตว์ป่าต่าง ๆ เพื่อเอามาฝึกจนเชื่อง ให้ทำงาน
รับใช้คน  เมื่อออกฉายทั่วโลกในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และได้
เข้ามาฉายในสยามในปีถัดมาก็ประสบความสำเร็จมากเช่นกัน นับเป็นหนังที่บันทึกภาพชีวิต
ของชาวสยามในแบบของภาพยนตร์บันเทิง และภาพนั้นแผ่ไปสร้างความบันเทิงให้คนทั่วโลก

๓. แหวนวิเศษ

พ.ศ. ๒๔๗๒  ความยาว ๒๕ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
กำกับ  นายน้อย ศรศักดิ์ (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว)
 
แหวนวิเศษ เป็นภาพยนตร์ชนิดเดินเรื่อง ฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่
หลงเหลืออยู่อย่างครบสมบูรณ์เพียงเรื่องเดียว และเป็นภาพยนตร์ตามขนบหนังเงียบ คือมี
อินเตอร์ไตเติ้ลคั่นบอกความเป็นไปและบทเจรจาแต่ละฉาก เพียงเรื่องเดียวที่เหลือในประเทศ
ไทยซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด แหวนวิเศษ จึงเป็นหนังวิเศษ มหัศจรรย์เป็นมรดกหนังเงียบ
เรื่องเดียวที่สมบูรณ์ของชาติ

๔. เสด็จทอดพระเนตรมอญรำผี ปากลัด ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๓

พ.ศ. ๒๔๗๓  ความยาว ๑๒ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ถ่ายภาพ  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
หนึ่งในผลงานภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ยังคงหลง
เหลือ และนับเป็นผลงานฝีพระหัตถ์ทรงถ่ายที่โดดเด่นที่สุดม้วนหนึ่ง ในฐานะภาพยนตร์บันทึก
พิธีกรรมและวิถีความเชื่อของชนชาติมอญ ภาพยนตร์ม้วนนี้จึงมิได้สำคัญเพียงเพราะถ่ายโดย
พระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานทางชาติพันธุ์ ทางมานุษยวิทยา ทางขนบประเพณี
และนอกจากนี้ ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะกาลเวลาผ่านไปถึงแปดสิบปีเศษแล้ว

๕. [พระราชพิธีโล้ชิงช้า]

พ.ศ. ๒๔๗๔  ความยาว ๕.๔๑ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ถ่ายภาพ  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร
 
ฟิล์มภาพยนตร์นี้ ถ่ายทำโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรม
พระยาชัยนาทนเรนทร บันทึกเหตุการณ์โล้ชิงช้าประจำปี พ.ศ. ๒๔๗๔ นับเป็นภาพยนตร์
บันทึกพระราชพิธีโล้ชิงช้าหนึ่งในจำนวนไม่มากนักที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นหลักฐาน
ให้คนไทยปัจจุบันและในอนาคตได้ประจักษ์ว่า พิธีโล้ชิงช้าที่เราเห็นแต่เสาชิงช้าใหญ่สีแดง
กลางถนนหน้าวัดสุทัศน์หากมันเคลื่อนไหวแล้วจะเป็นเช่นไร จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้พิธีโล้
ชิงช้าอันหยุดนิ่งตาย กลับมามีชีวิตยืนยาวต่อไปทุกครั้งที่นำออกฉาย

๖. การรับเรือตอร์ปิโด

พ.ศ. ๒๔๗๘  ความยาว ๗๙.๔๗ นาที วีเอชเอส / ขาว-ดำ / เงียบ
อำนวยการสร้าง  กองทัพเรือ
ถ่ายภาพ  หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต)
 
ภาพยนตร์ที่หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต)  ถ่ายไว้ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เมื่อครั้งได้รับมอบ
หมายจากกองทัพเรือให้เป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์บันทึกการรับเรือตอร์ปิโด ที่กองทัพเรือ
จ้างต่อที่ประเทศอิตาลี เป็นประจักษ์พยานถึงภารกิจหนึ่งอันเป็นประวัติการณ์ของราชนาวีไทย
และเป็นประจักษ์พยานถึงความสามารถของช่างถ่ายภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งใน
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของชาติ

๗. [ รวมไทย ]

พ.ศ. ๒๔๘๔  ความยาว ๓๑.๐๔ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ถ่ายภาพ  หม่อมเจ้าศุกรวรรณดิศ ดิศกุล, ฟื้น เพ็งเจริญ
 
ภาพยนตร์ที่บันทึกกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งเมื่อได้
ศึกษาเปรียบเทียบกับหลักฐานทางเอกสารที่มีอยู่จึงลงความเห็นว่า น่าจะเป็นภาพยนตร์
เรื่อง “รวมไทย” สร้างโดย กรมสาธารณสุขและกรมรถไฟ ถ่ายทำโดย ม.จ. ศุกรวรรณดิศ
ดิศกุล นายช่างถ่ายหนัง แห่งกรมรถไฟ และนายฟื้น เพ็งเจริญ นายช่างถ่ายหนังของกรม
สาธารณสุข  แต่ไม่ว่าที่สุดแล้ว จะเป็น “รวมไทย” จริงหรือไม่ก็ตาม ภาพยนตร์นี้ก็มีคุณค่า
ยิ่งในฐานะภาพยนตร์บันทึกกรณีพิพาท ไทยกับอินโดจีนของฝรั่งเศสเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่
เป็นเอกสารประวัติศาสตร์สำคัญบทหนึ่งของชาติซึ่งไม่อาจทดแทนได้จากเอกสารอื่น ๆ 

๘. ทรายมาเป็นแก้ว

[พ.ศ. ๒๔๙๓ – ๒๔๙๔]  ความยาว ๓๓ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
อำนวยการสร้าง  พลเรือตรีชลี สินธุโสภณ
กำกับ  ทัดทรง เสถียรสุต
ถ่ายภาพ  ทัดทรง เสถียรสุต
 
ภาพยนตร์บันทึกโครงการทำแก้วขึ้นใช้เองของกองสัญญาณทหารเรือ ในระยะปี พ.ศ. ๒๔๙๓
– ๒๔๙๔ โดยพลเรือตรี ชลี สินธุโสภณ ผู้บังคับกองในเวลานั้น หวังว่าต่อไปจะสามารถผลิต
หลอดวิทยุขึ้นใช้เองในประเทศ แต่ต้องล้มเลิกไปภายหลังเกิดกรณีกบฏแมนฮัตตัน แต่กระนั้น
ตัวภาพยนตร์ก็ยังคงมีคุณค่ามหาศาล ทั้งในฐานะบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติและเป็นเกียรติ
ประวัติของบรรดาบุคลากรในกองสัญญาณทหารเรือ ของนักวิทยาศาสตร์ไทยและนักปรัชญา
อีกท่านหนึ่งซึ่งสร้างคุณูปการด้านปัญญาแก่สังคมไทยมาก คือพันเอกสมัคร บุราวาส นอกเหนือจากนั้นตัวงานภาพยนตร์เองได้แสดงให้เห็นว่ามีคุณค่าทางศิลปะการทำภาพยนตร์อย่างน่าทึ่ง

๙. [ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ]

[พ.ศ. ๒๔๙๔]  ความยาว ๑.๕๐ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
 
ภาพยนตร์ที่บันทึกภาพอ.ศิลป์ พีระศรี ชาวอิตาเลียนสัญชาติไทยผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อ
วงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ขณะทำงานปั้นพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ที่หอภาพยนตร์ได้ค้นพบโดยบังเอิญในหนังบ้านบันทึกพิธีศพบรรพบุรุษตามประเพณีจีนของ
ครอบครัววิญญรัตน์ นอกจากจะเป็นภาพเคลื่อนไหวของ อ.ศิลป์ พีระศรีกับงานศิลปะที่ได้รับ
การค้นพบเป็นครั้งแรกแล้ว ยังนับเป็นภาพยนตร์ที่ได้บันทึกท่วงท่าแห่งการทำงานศิลปะชิ้น
ที่มีอิทธิพลต่อ "บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย" มากที่สุดชิ้นหนึ่งอีกด้วย

๑๐. กรุงเทพเมืองหลวงของเรา

[พ.ศ. ๒๕๐๐]  ความยาว  ๒๐.๓๐ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง  สำนักข่าวสารอเมริกัน
ผู้สร้าง  พิฆเนศภาพยนตร์
 
ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ สนับสนุนการสร้างโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน ออกเผยแพร่ในราว
ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ เพื่อแสดงให้คนไทยรู้สึกว่า เรามีเมืองหลวงที่กำลังพัฒนาก้าวหน้า เพราะเรา
อยู่ในโลกหรือค่ายเสรี มิติหนึ่ง จึงเป็นภาพยนตร์ที่บันทึกสภาพปรากฏของกรุงเทพฯเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งนับว่าเป็นตัวอย่างที่หาได้ไม่ง่ายนัก อีกมิติหนึ่งกลับเป็นการบอกเล่าสภาพ
ของกรุงเทพฯ ผ่านอุดมการณ์และยุทธวิธีต่อต้านค่ายคอมมิวนิสต์ของสหรัฐอเมริกา จึงมีความ
หมายระหว่างภาพให้ตีความทางประวัติศาสตร์มากกว่ากรุงเทพฯในตัวมันเอง

๑๑. [โฆษณาขี้ผึ้งบริบูรณ์บาล์ม ชุดหนูหล่อพ่อเขาพาไปดูหมี]

พ.ศ. ๒๕๐๕  ความยาว ๐.๒๘ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง  สำนักงานโฆษณาสรรพสิริ
 
ภาพยนตร์โฆษณาแบบแอนิเมชั่น สร้างโดยสำนักงานโฆษณาสรรพสิริ ของ สรรพสิริ วิรยศิริ
นักสื่อสารมวลชนคนสำคัญของไทย ฝีมือการวาดโดย ปยุต เงากระจ่าง สร้างตัวการ์ตูนหนู
หล่อและพ่อ เนื้อหาล้อแบบเรียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนประถมอย่างแนบเนียน และแฝง
การโฆษณาสรรพคุณขี้ผึ้งบริบูรณ์บาล์มได้อย่างแยบยล เป็นที่ติดหูของคนที่เกิดทันภาพยนตร์
โฆษณาชิ้นนี้ เป็นความทรงจำของยุคต้นแห่งสังคมออนไลน์ทางโทรทัศน์ และเป็นภาพยนตร์
โฆษณาที่สร้างความเพลิดเพลินเจริญใจ ฝากรอยยิ้มมาถึงแม้อนุชนในปัจจุบันและสืบไป

๑๒. หลุมศพที่ลือไซต์

พ.ศ. ๒๕๐๕  ความยาว ๒๙.๓๕ นาที  ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง 
อำนวยการสร้าง  บริษัท เอสโซ่ สแตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด
กำกับ  สมบูรณ์ วิรยศิริ
 
ตอนหนึ่งในภาพยนตร์สารคดีชุดมรดกของไทย รายการสารคดีทางโทรทัศน์รายการแรก ๆ
ที่คนไทยเป็นผู้สร้าง พาผู้ชมติดตามคณะนักโบราณคดีไทยที่ไปยังแหล่งขุดค้นสำคัญสอง
แห่ง คือ “บางไซต์” และ “ลือไซต์” ตามชื่อของนายบาง เหลืองแตง และ นายลือ เหลืองแตง
คนเก่าแก่ของตำบลบ้านเก่า จ.กาญจนบุรี  เสน่ห์ของรายการอยู่ที่การเก็บเกี่ยวภาพสิ่งละอัน
พันละน้อยตลอดการเดินทาง ซึ่งกลายเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยด้วยลีลาการ
เขียนบทอันเพลิดเพลินของผู้กำกับ คือ สมบูรณ์ วิรยศิริ 

๑๓. เพชรตัดเพชร

วันแรกฉาย  ๕ เมษายน ๒๕๐๙     ความยาว ๑๐๘ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  สหการภาพยนตร์ไทย
กำกับ  วิจิตร คุณาวุฒิ, พร้อมสิน สีบุญเรือง, ประกอบ แก้วประเสริฐ
 
หนึ่งในภาพยนตร์ ๓๕ มม. เพียงไม่กี่เรื่อง ในยุคที่วงการภาพยนตร์ไทยใช้ฟิล์มขนาด ๑๖ มม.
ถ่ายทำภาพยนตร์ จนเป็นที่มาของคำว่า “ยุค ๑๖” สร้างจากอาชญนิยายของ เศก ดุสิต
นักประพันธ์ชื่อก้อง และ ส. เนาวราช การทุ่มทุนอย่างหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การประกบ
คู่ของสองพระเอกใหญ่ มิตร ชัยบัญชา กับ ลือชัย นฤนาท นอกจากนี้ยังมีคุณค่าเป็นตัวแทน
ของยุคสมัยแห่งสงครามเย็น และภาพยนตร์สายลับ

๑๔. ผู้ชนะสิบทิศ

พ.ศ. ๒๕๐๙ – ๒๕๑๐  ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / พากย์
อำนวยการสร้าง  เจ้าพระยาภาพยนตร์
กำกับ  เนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ)
 
ภาพยนตร์ซึ่งสร้างมาจากวรรณกรรมยอดนิยมของ “ยาขอบ” นับเป็นตัวอย่างอันหายากของหนัง
ไทยไตรภาค และตัวหนังเองก็เป็นตัวอย่างอันดีเลิศของขนบการทำหนังอย่างนาฏลักษณ์หนัง
ไทย เป็นตัวอย่างอันดีเลิศของการแสดงแบบหนังไทย การออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย
การถ่ายทำ การตัดต่อ และที่สุดการกำกับของบรมครู “เนรมิต”

๑๕. เขาชื่อกานต์

วันแรกฉาย  ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๖    ความยาว ๑๕๘ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  ละโว้ภาพยนตร์
กำกับ  หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล
 
ภาพยนตร์ซึ่งสร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ สุวรรณี สุคนธา ได้รับรางวัล ส.ป.อ.
(องค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เป็นภาพยนตร์ไทยที่สามารถ
พูดถึงเรื่องอุดมการณ์ของหนุ่มสาว ที่กล้าเปิดโปงข้าราชการฉ้อฉล เป็นภาพยนตร์ที่ดึงให้
นิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่ให้กลับมาดูหนังไทย

๑๖. [ โนราขุนอุปถัมภ์นรากร ]

พ.ศ. ๒๕๑๖  ความยาว ๒๕ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เงียบ
 
ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์ในพิธีไหว้ครู ที่มีขุนอุปถัมภ์นรากร ครูโนราคนสำคัญชาวพัทลุง
ผู้เผยแพร่การแสดงพื้นเมืองทางภาคใต้ เป็นผู้ครอบครู โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า
เฉลิมพลฑิฆัมพร ซึ่งได้เสด็จฯ มาร่วมในพิธี ได้ทรงให้ขุนอุปถัมภ์นรากรครอบครูให้พระองค์
ด้วย หลังพิธีเป็นการแสดงรำโนรา  นับเป็นการสื่อที่บันทึกพฤติปฏิบัติในฐานะครูใหญ่ของ
โนราในพิธีครอบครู อันเป็นการสืบทอดศาสตร์และจิตวิญญาณของการแสดงพื้นบ้านพื้นเมือง
จากรุ่นสู่รุ่น

๑๗. วัยอลวน

วันแรกฉาย  ๑๙ กันยายน ๒๕๑๙  ความยาว ๑๒๑ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  เอเพ็กซ์โปรดักชั่น
กำกับ  เปี๊ยก โปสเตอร์
 
ภาพยนตร์ที่ออกฉายในวันเวลาที่สังคมไทยกำลังตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอย่าง
รุนแรงทางการเมือง ระหว่างขวาและซ้าย และจบลงด้วยอุบัติการณ์ ๖ ตุลา อันหฤโหด
แต่ตัวภาพยนตร์กลับประสบความสำเร็จได้รับการต้อนรับจากผู้ชมทั่วประเทศอย่างสูง
สามารถครองใจคนไทยทุกชั้นชน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่มีพื้นเพจากต่างจังหวัดที่เข้า
มาร่ำเรียนและหางานทำในกรุงเทพฯ สามารถสะท้อนภาพของสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนถ่าย
ทั้งวัยของคนและของสังคม

๑๘. คนภูเขา

วันแรกฉาย  ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๒  ความยาว ๑๒๕ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
กำกับ  คุณาวุฒิ (วิจิตร คุณาวุฒิ)
 
คนภูเขา เป็นภาพยนตร์ไทยหนึ่งในร้อยที่หายาก ซึ่งเจตนาพูดแทนชนเผ่ากลุ่มน้อยในรัฐไทย
ผู้สร้างตั้งใจถ่ายทอดให้เห็นวิถีชีวิต ความคิด และจิตใจของชนเผ่าเหล่านั้นด้วยความรู้สึกเห็น
อกเห็นใจในความเป็นมนุษย์ ที่ถูกกระทำอย่างไม่เท่าเทียมกัน

๑๙. น้ำพุ

วันแรกฉาย  ๗ มิถุนายน ๒๕๒๗     ความยาว ๑๓๔ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
กำกับ  ยุทธนา มุกดาสนิท
 
สร้างมาจากเรื่องจริงของ วงษ์เมือง นันทขว้าง หรือ น้ำพุ ลูกชายคนเดียวของ
สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง เจ้าของนามปากกา “สุวรรณี สุคนธา” ก่อนจะเป็นหนัง “น้ำพุ” เป็น
หนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการแนะนำให้นักเรียนอ่านนอกเวลา เพราะความตาย
จากยาเสพติดของน้ำพุ สะเทือนใจสังคมไทยในเวลานั้น และเมื่อเป็นหนัง แม้ไม่มีหลักสูตร
แนะนำหนังนอกโรงเรียน แต่หลายโรงเรียนได้นำนักเรียนไปดูชีวิต และชะตากรรมของเขา
จึงฝังอยู่ในความทรงจำในยุคสมัยหนึ่งของสังคมไทย

๒๐. บุญชูผู้น่ารัก

วันแรกฉาย  ๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๑  ความยาว ๑๑๕ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
กำกับ  บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
นักแสดง  สันติสุข พรหมศิริ, วัชระ ปานเอี่ยม, จินตหรา สุขพัฒน์, อรุณ ภาวิไล, เกียรติ กิจเจริญ, นิรุตต์ ศิริจรรยา, ญาณีจงวิสุทธิ์
 
ภาพยนตร์วัยรุ่นที่อบอวลกลิ่นอายของเด็กหนุ่มจากต่างจังหวัดที่พกความฝันบริสุทธิ์เดินทาง
มาเข้ากรุงเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามค่านิยมของสังคม โดย สันติสุข พรหมศิริ รับบท
เป็น บุญชู บ้านโข้ง เด็กสุพรรณคนซื่อได้อย่างสมจริงด้วยสำเนียงเหน่ออันเป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับมุกตลกของแก๊งซูโม่ซึ่งช่วยสร้างสีสัน  แต่ในขณะเดียวกันหนังก็พูดถึงระบอบการศึกษาของไทย ไว้ได้อย่างแนบเนียน บุญชูผู้น่ารักจึงเป็นหนังบันเทิงที่มีสาระและอยู่ในใจของผู้ชมชาวไทยเสมอมา

๒๑. ปุกปุย

วันแรกฉาย  ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๓  ความยาว ๙๓ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นต์
กำกับการแสดง  อุดม อุดมโรจน์
 
ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องการก้าวผ่านพ้นวัยที่งดงาม ละเมียดละไมฉาบด้วยรอยยิ้มและเจือความ
ขมขื่น ในขณะเดียวกันก็วิพากษ์คนเป็นพ่อ-แม่ได้อย่างเจ็บแสบ เพลงประกอบที่ช่วยขับอารมณ์
ในหนังทำให้ได้รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิง และจากสมาคมผู้สื่อ
ข่าวบันเทิง นับว่าเป็นหนังเด็กที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของไทย

๒๒. 2499 อันธพาลครองเมือง

วันแรกฉาย  ๑๑ เมษายน ๒๕๔๐ ความยาว ๑๐๕ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นต์
กำกับ  นนทรีย์ นิมิบุตร
นักแสดง  เจษฎาภรณ์ ผลดี, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ, ชาติชาย งามสรรพ์, นพชัย มัททวีวงศ์, อรรถพร ธีมากร, แชมเปญ เอ็กซ์, อภิชาติ ชูสกุล, ปาริชาต บริสุทธิ์
 
ภาพยนตร์ซึ่งสร้างจากนวนิยายที่ว่าด้วยแก๊งวัยรุ่นชื่อดัง ยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์   เมื่อออก
ฉายปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่อยู่ในช่วงตลาดหนังไทยตกต่ำ
ด้วยเพราะการผลิตที่ประณีตตื่นตาตื่นใจตามขนบของนักทำหนังโฆษณา และประเด็นการ
ถกเถียงกัน ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ จากสื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในสังคมไทยในเวลานั้น
พอดี จึงนับเป็นหลักหมายสำคัญอันหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย

๒๓. ฟ้าทะลายโจร

วันแรกฉาย  ๒๘ กันยายน ๒๕๔๓  ความยาว ๑๑๐ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ร่วมกับฟิล์มบางกอก
กำกับ  วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง
 
ภาพยนตร์รัก โศก บู๊ เคล้าบทเพลงเสนาะหู ตามขนบหนังไทยยุคเก่า ย้อมฟิล์มให้สีวิจิตรตา
แม้จะประสบความสำเร็จเฉพาะในหมู่นักดูหนังเฉพาะกลุ่มในประเทศไทย แต่ก็มีความโดดเด่น
จนได้รับการคัดเลือกให้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่อง
แรกที่ได้รับเกียรตินี้

๒๔. โหมโรง

วันแรกฉาย  ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ความยาว ๑๐๑ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  สหมงคลฟิล์ม, พร้อมมิตรโปรดักชั่น, ภาพยนตร์หรรษา และกิมมิคฟิล์ม
กำกับ  อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์
นักแสดง  อนุชิต สพันธุ์พงษ์, อดุลย์ ดุลยรัตน์, อาระตี ตันมหาพราน, ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
 
ภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตของ “หลวงประดิษฐไพเราะ” ราชทินนามของ “ศร ศิลปบรรเลง”
บรมครูดนตรีไทยในยุครัตนโกสินทร์ ก่อให้เกิดกระแสเชิดชูความเป็นไทยที่ห่างหายไปนาน
จากจอภาพยนตร์ ภาพยนตร์ได้รับรางวัลมากมายจากในประเทศ และได้รับเลือกให้เข้าชิง
รางวัลออสการ์ ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม 

๒๕. มหาลัยเหมืองแร่

วันแรกฉาย  ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ความยาว ๑๐๕ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  จีเอ็ม เอ็ม ไท หับ
กำกับ  จิระ มะลิกุล
นักแสดง  พิชญะ วัชจิตพันธ์, ดลยา หมัดชา, สนธยา ชิตมณี, นิรันต์ ชัตตาร์, แอนโทนี โฮวาร์ด กูลด์, จุมพล ทองตัน, จรัล เพ็ชรเจริญ
 
ภาพยนตร์จากเรื่องสั้นชุด “เหมืองแร่” ผลงานของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้
คนหนุ่มสาวมาทุกยุคทุกสมัย เล่าถึงช่วงชีวิตหลังจากถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัยกลางคัน และ
บ่ายหน้าแบกใบรับรองการเรียนสู่เหมืองแร่ จังหวัดพังงา  แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของ
รายได้ แต่ก็กวาดหลายรางวัลจากรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ ๑๕

 


SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 2442 ออนไลน์ 17