รายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๕๗
เสาร์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ ๒๕ เรื่อง
ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ ๔ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมาทุกปีในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
เพื่อให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ภาพยนตร์ โดยคัดเลือกภาพยนตร์ที่สำคัญตามหลักเกณฑ์ที่จัดทำขึ้น
เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ และเป็นหลักประกันว่าภาพยนตร์เหล่านี้จะได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเพื่อส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง
 

๑. ร. ๕ เสด็จประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม

๒๔๔๐ / ๑ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ผู้ถ่ายภาพ Ernest Florman

ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จฯ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในคราว
เสด็จฯ ประพาสยุโรป ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๔๔๐ ถ่ายโดย Ernest Florman
ช่างถ่ายหนังคนแรกของสวีเดน ตั้งกล้องคอยถ่ายเหตุการณ์รับเสด็จพระเจ้ากรุงสยาม ที่ท่าเรือ
หน้าพระราชวังหลวงในกรุงสต็อกโฮล์ม คอยบันทึกภาพเรือพระที่นั่งเข้าเทียบท่า พระเจ้ากรุง
สวีเดนกระโดดขึ้นบก คอยรับพระเจ้ากรุงสยาม ทรงจุมพิตกัน แล้วเห็นสมเด็จพระบรมโอรสา
ธิราชและเจ้านายพระองค์อื่น ๆ ตามเสด็จขึ้นมา พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีพระราชหัตถเลขาว่า “มีหนังฝรั่งมันถ่ายไว้ดีมาก” เพราะได้ทอดพระเนตรในวันต่อมา นับเป็นหนึ่งในสองภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับชนชาติไทย การค้นพบภาพยนตร์เรื่องนี้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ราชการและรัฐบาลยอมรับการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งหอภาพยนตร์แห่งชาติเพื่ออนุรักษ์และเก็บรักษาภาพยนตร์

๒. เสด็จอินโดจีน พ.ศ. ๒๔๗๓

๒๔๗๓ / ๘๐ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ 
ผู้สร้าง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ความยาวทั้งสิ้น ๗ ม้วน
บันทึกเรื่องราวระหว่างเสด็จฯไปยังอินโดจีน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ รวม
ระยะเวลาการเดินทางกว่าหนึ่งเดือน โดยปรากฏให้เห็นเหตุการณ์และสถานที่สำคัญต่าง ๆ
มากมาย อาทิเช่น การแข่งขันฟุตบอลระหว่างฟุตบอลเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่าทีมฟุตบอล
สยาม กับทีมไซ่ง่อน (ทีมผสมญวน-ฝรั่งเศส) ณ เมืองไซ่ง่อน แคว้นอินโดจีน ในวันที่
๑๖ เมษายน ๒๔๗๓ ซึ่งนับเป็นการออกไปแข่งขันยังสนามต่างแดนอย่างเป็นทางการ
ครั้งแรกของทีมฟุตบอลสยาม

๓. [ Siamese Society ]

[๒๔๖๓] / ๑๐ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ผู้สร้าง Richard Berton Holmes

ภาพยนตร์บันทึกภาพเมืองสยามของ ริชาร์ด เบอร์ตัน โฮล์ม นักถ่ายภาพยนตร์ชาวอเมริกัน 
ผู้มีหลักฐานว่าเคยส่งคณะเข้ามาถ่ายทำในสยาม ๒ ครั้ง คือ พ.ศ. ๒๔๕๓ และ พ.ศ. ๒๔๖๓
จากข้อเขียนของ ต. ประทีปเสน ครูโรงเรียนสตรีวังหลัง พบว่าครั้งหนึ่ง เบอร์ตัน โฮล์ม
ได้เคยขอใช้สถานที่และครูนักเรียนเป็นตัวแสดงภาพยนตร์ เพื่อสาธิตวัฒนธรรม ขนบประเพณี
ของชาวสยาม ซึ่งหอภาพยนตร์ได้เคยพบฟิล์มภาพยนตร์ลักษณะนี้เพียงบางส่วน ก่อนจะมี
ผู้เผยแพร่ฉบับเต็มบนเว็บไซต์ยูทูบ ในชื่อ Thailand In Siamese Society circa 1925
สันนิษฐานว่าเป็นภาพยนตร์ที่เขาและคณะเข้ามาถ่ายในครั้งที่ ๒ ในประมาณปี ๒๔๖๓ ซึ่งมี
เรื่องราวสอดคล้องกับที่ ต. ประทีปเสนเขียนเล่าไว้

๔. Sound Patch Work

๒๔๗๓ / ๕.๔๘ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
ผู้สร้าง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เจ้านายนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น ผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการใช้เทคโนโลยีของประเทศ บันทึกภาพการแนะนำส่วนงานต่าง ๆ ของสถานีวิทยุกระจายเสียง วังพญาไท สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของไทย โดยให้ ร้อยโทเขียน ธีมากร โฆษกของสถานีฯ เป็นผู้นำชม บางส่วนนั้นทรงถ่ายทำอย่างภาพยนตร์ทดลอง นับเป็นภาพเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวาของนักวิทยุรุ่นบุกเบิกของชาติ และเป็นประจักษ์พยานแห่งการพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวไปทันโลกด้วยวิสัยทัศน์ของสยามเอง

๕. [ ปัตตานีในอดีต ]

[ ๒๔๗๙ ] / ๒๑.๐๓ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ 

ภาพยนตร์นิรนามที่หอภาพยนตร์ได้รับมอบจากครอบครัวของเนย วรรณงาม เจ้าของสายหนัง
และโรงหนังเฉลิมวัฒนาแห่งนครราชสีมา มีลักษณะเป็นภาพยนตร์แนะนำจังหวัดปัตตานี
เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๙ โดยปรากฏให้เห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลาย
ประการทั้งบุคคลสำคัญทางการเมือง ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวปัตตานี ตลอดจน
บรรยากาศงานวันรัฐธรรมนูญที่มีทั้งการประกวดนางงาม และการชกมวยไทยของ
“สมานและสมพงษ์”

๖. ข้าวกำมือเดียว

๒๔๘๓ / ๖๙.๒๐ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เสียง

ภาพยนตร์สวีเดนที่ได้รับคำเชิญชวนจากชาวสยามชั้นสูงทางภาคเหนือ ให้มาถ่ายทำที่จังหวัด
เชียงใหม่ โดยใช้ผู้แสดงเป็นคนท้องถิ่น ผูกเรื่องให้เห็นถึงความสำคัญของข้าวไทย และนำ
เสนอวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ความเชื่อของชาวนาไทย ตลอดจนวิธีการทำนาข้าว มีคุณค่าเป็น
เอกสารประวัติศาสตร์เชิงสังคมวิทยา เชิงชาติพันธุ์ เชิงมานุษยวิทยา ภาษาศาสตร์ และเป็น
บันทึกความทรงจำของยุคสมัย

๗. พรายตะเคียน

๒๔๘๓ / ๘ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
บริษัทสร้าง ศรีบูรพาภาพยนตร์
 
ภาพยนตร์ผีของไทยที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน และเป็นตัวอย่างที่ทำให้ได้
เห็นถึงลักษณะของภาพยนตร์สั้นที่ใช้ฉายประกอบภาพยนตร์ขนาดยาวในอดีต สร้างโดยบริษัท
ศรีบูรพาภาพยนตร์ ของผู้สร้างหนังยุคบุกเบิก สดศรี ภักดีจิตต์ หรือชื่อจริงว่า สดศรี ภักดีวิจิตร
เล่าเรื่องราวผีนางพรายตะเคียนที่มาหลอกชาวบ้าน ฉากตัวละครวิ่งหนีผีกระจัดกระจายในเรื่อง
นั้นถือเป็นต้นแบบสำคัญของหนังผีไทยในยุคต่อ ๆ มา

๘. งานวันชาตะ นายพลตรี หลวงพิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบ วังสวนกุหลาบ
๒๔๘๔ / ๖ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง [กรมโฆษณาการ]

ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์งานวันคล้ายวันเกิดของพลตรีหลวงพิบูลสงคราม ซึ่งเป็นตำแหน่ง
ณ ขณะนั้น เป็นงานวันคล้ายวันเกิดในปีที่ท่านก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นตัวอย่าง
ของภาพยนตร์ข่าวสารของทางการ แม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าผลิตโดยหน่วยงานใด อาจจะเป็น
ของกรมโฆษณาการ แต่ต้นเรื่องปรากฏภาพวาดตราไก่ ซึ่งเป็นปีเกิดของหลวงพิบูลสงคราม
แต่รูปไก่นั้นเขียนให้สง่าดุจพญาอินทรี ในงานมีพระเจ้าคุณพหลซึ่งบวชอยู่ ได้มารับบาตรในงานเห็นสุภาพสตรีล้วนสวมหมวก และภาพของขวัญต่าง ๆ ที่ราษฎรมอบให้แด่ท่านผู้นำ ได้แก่ เครื่องบินรบ ปืนใหญ่ รถถัง เป็นต้น

๙. พี่ชาย

วันแรกฉาย ๓๑ ธันวาคม ๒๔๙๔ 
ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / พากย์ 
ผู้กำกับ เนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ) / บริษัทสร้าง ลูกไทยภาพยนตร์

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยการร่วมมือกันของนักแสดงละครเวที เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว
ของจอก ดอกจัน หัวหน้าคณะลูกไทยที่เสียชีวิตขณะแสดงละครเวทีที่ศาลาเฉลิมไทย
เล่าเรื่องราวชีวิตที่พลิกผันของโจรสามคนที่พ้นโทษออกจากคุกมาด้วยกัน นับเป็นภาพยนตร์
ที่รวมศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงเอาไว้มากมาย ตั้งแต่บทประพันธ์และการกำกับของครู
เนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ) ร่วมด้วยการแสดงของส. อาสนจินดา สมควร กระจ่างศาสตร์
สมพงษ์ พงษ์มิตรและมารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา ถ่ายทำที่โรงละครศาลาเฉลิมไทยเพื่อแสดง
ฉากการแสดงลคร จึงเป็นบันทึกของคนละครที่กำลังผันตนเองไปสู่โลกภาพยนตร์ในชีวิตจริง

๑๐. [ จำเริญ – จิมมี่ ]

๒๔๙๗ / (เหลืออยู่ ๒๖ นาที )
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ

ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์และบรรยากาศก่อนการแข่งขันชกมวยสากลครั้งประวัติศาสตร์ของ
ไทย ระหว่าง จำเริญ ทรงกิตรัตน์ นักมวยไทยคนแรกได้ขึ้นชกชิงตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก กับ
จิมมี่ คารัทเธอร์ แชมเปี้ยนโลกชาวออสเตรเลีย มวยสากลรุ่นแบนตัมเวธของสมาคมมวย
นานาชาติ (สมาคมมวยโลกปัจจุบัน) มีคุณค่าเป็นบันทึกวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติ
ไทย สามารถย้อนให้เราเห็นอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้ว และเป็นอนุสรณ์ของ
จำเริญ ทรงกิตรัตน์ ขวัญใจชาวไทยและตำรวจไทย

๑๑. สันติ-วีณา

วันแรกฉาย ๓๐ ธันวาคม ๒๔๙๗ / ? นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ มารุต (ทวี ณ บางช้าง) / บริษัทสร้าง หนุมานภาพยนตร์

ภาพยนตร์ ๓๕ มม. เรื่องแรกของ รัตน์ เปสตันยี ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุด
คนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทย และเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องยาวเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลระดับ
นานาชาติ จากงานประกวดภาพยนตร์นานาชาติแห่งเอเชียอาคเนย์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี
พ.ศ.๒๔๙๗ อันประกอบไปด้วยรางวัล ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (รัตน์ เปสตันยี) กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (อุไร ศิริสมบัติ) และรางวัลพิเศษจากสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งอเมริกาในฐานะที่เป็นภาพยนตร์ที่แสดงวัฒนธรรมตะวันออกให้ชาวตะวันตกเข้าใจได้อย่างดีเยี่ยม หลังจากอยู่ในสถานะหายสาบสูญมาเนิ่นนาน ปัจจุบัน พบว่าฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่คลังฟิล์มภาพยนตร์ของ Gosfilmofond ของประเทศรัสเซีย และหอภาพยนตร์แห่งชาติของจีน ซึ่งหอภาพยนตร์กำลังประสานงานเพื่อบูรณะให้นำกลับมาฉายได้ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

๑๒. ชั่วฟ้าดินสลาย

วันแรกฉาย ๓๐ ธันวาคม ๒๔๙๘ /๑๐๗ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ มารุต (ทวี ณ บางช้าง) / บริษัทสร้าง หนุมานภาพยนตร์

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยบริษัทหนุภาพยนตร์ของรัตน์ เปสตันยี ดัดแปลงจากบทประพันธ์คลาสสิก
ของเรียมเอง (มาลัย ชูพินิจ) เล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมรักระหว่าง ส่างหม่อง หลานชายของ
พะโป้ ราชาป่าไม้ท่ากระดานแห่งกำแพงเพชร กับ ยุพดี สาวสังคมวัย ๒๐ ปี ผู้เป็นภรรยาใหม่
ของพะโป้ ได้รับ ๓ รางวัลจากการประกวดภาพยนตร์รางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้แก่ รางวัลบทประพันธ์ยอดเยี่ยม (เรียมเอง) บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (ปง อัศวินิกุล) และถ่ายภาพ ๓๕ มม.ยอดเยี่ยม (รัตน์ เปสตันยี)

๑๓. เศรษฐีอนาถา

วันแรกฉาย ๒๒ ธันวาคม ๒๔๙๙ / ๑๑๗ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. /สี / พากย์
ผู้กำกับ วสันต์ สุนทรปักษิน / บริษัทสร้าง เอส. อาร์. ฟิล์ม

ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากการประกวดภาพยนตร์รางวัลตุ๊กตาทองเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งถือเป็นการประกวดภาพยนตร์ระดับชาติครั้งแรกของประเทศไทย สร้างจาก
นิยายเรื่องเดียวกัน ของ สันต์ เทวรักษ์ เล่าเรื่องราวของพนักงานบำรุงรักษารถไฟขี้เมาที่ได้
รับเงินสิบล้านบาทจากเศรษฐีผู้ไม่สมหวังในความรัก โดยมีข้อแม้ว่าต้องใช้เงินให้หมดภายใน
หนึ่งปี

๑๔. รักริษยา

วันแรกฉาย ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๐ / ๙๖ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ มารุต (ทวี ณ บางช้าง) / บริษัทสร้าง กรรณสูตภาพยนตร์

ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ ปัทมา หญิงสาวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ และพยายาม
โหยหาความรักจนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม นับเป็นบทบาทการแสดงอันเข้มข้นของ
อมรา อัศวนนท์ นักแสดงหญิงปูชนียบุคคลของไทย ซึ่งส่งผลให้เธอได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง
ในฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากการประกาศรางวัลตุ๊กตาทอง ในปี ๒๕๐๑ ในขณะที่
ตัวภาพยนตร์ยังมีความโดดเด่นในด้านสุนทรียศาสตร์ และแฟชั่นต่าง ๆ ในยุคที่แสดงให้เห็น
อิทธิพลทางแฟชั่นจากตะวันตก

๑๕. [หาบข้าว นวดข้าว สีข้าว แต่งงานภาคใต้]

[พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒] / ๑๘ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ 

ภาพยนตร์บันทึกกรรมวิธีเก็บข้าวทางภาคใต้อย่างละเอียด ตั้งแต่นำมัดข้าววางใส่บนไม้คาน
หาบข้าวกลับบ้าน นำมัดข้าวใส่ในยุ้ง และวิธีนวดข้าวแบบทางภาคใต้โดยการใช้เท้าย่ำ ซึ่งเป็น
วิธีการที่เห็นได้เฉพาะทางภาคใต้ ไปจนถึงการตำข้าวแล้วไปกวัดอีกครั้งหนึ่งเป็นอันแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ยังแสงให้เห็นถึงประเพณีท้องถิ่น ทั้งการแข่งชนวัว ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้าน และพิธี
แต่งงานของชาวภาคใต้

๑๖. ตลาดพรหมจารีย์

วันแรกฉาย ๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๖ / ๑๒๐ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ สักกะ จารุจินดา / บริษัทสร้าง 67 การละครและภาพยนตร์

ภาพยนตร์ผลงานการกำกับของ สักกะ จารุจินดา หนึ่งในผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ของวงการ
หนังไทยที่ตั้งใจสร้างหนังสะท้อนปัญหาสังคม ดัดแปลงจากผลงานการประพันธ์ของเนื่อง
น้อย ศรัทธา ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวชาวประมงครอบครัวหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อตัดสินใจขาย
เด็กสาวที่ตนเก็บมาเลี้ยงเหมือนลูก เพื่อเอาเงินไปซื้อเครื่องยนต์ติดเรือประมงชายฝั่งของตน
ให้ออกไปจับปลานอกชายฝั่งได้ เพราะเรืออวนลากกวาดปลาเล็กปลาน้อยจนหมดชายฝั่ง
ได้รับคำชมว่าเป็นหนังที่สามารถตีแผ่ค่านิยมชายเป็นใหญ่ในสังคมไทย และสามารถทำให้
หนังไทยไม่ใช่เป็นเพียงความบันเทิงราคาถูกอีกต่อไป

๑๗. สำเพ็ง

๒๕๒๕ / ๖๐ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เสียง
ผู้กำกับ สุรพงษ์ พินิจค้า
 
ผลงานของ สุรพงษ์ พินิจค้า นักสร้างภาพยนตร์อิสระ ที่ใช้วิธีการถือกล้องถ่ายภาพยนตร์
๑๖ มม. ออกไปบันทึกความเป็นไปทั่วทุกมุมของย่านสำเพ็ง เยาวราช เพื่อบอกเล่าเรื่องราว
ใน ๑ วัน ใช้เทคนิคตัดต่อเพื่อเดินเรื่อง และประกอบเพลงบรรเลง โดยไม่มีคำพูดบรรยายใด ๆ
ได้เสียงตอบรับทั้งในแง่ที่ว่าเป็นภาพยนตร์ทดลองที่ดีที่สุดของไทย ไปจนถึงถูกวิจารณ์ว่า
เป็นภาพยนตร์สารคดีที่ดูไม่รู้เรื่องที่สุด

๑๘. คนทรงเจ้า

วันแรกฉาย ๒๘ เมษายน ๒๕๓๒ / ๑๑๗ นาที 
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ แจ๊สสยาม / บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น 

ผลงานของ “แจ๊สสยาม” อดีตช่างเขียนป้ายโฆษณาหนัง ผู้ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ ดัดแปลงจาก
นวนิยายชื่อเดียวกันของ วิมล ไทรนิ่มนวล เล่าเรื่องราวความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ครอบงำ
สังคมไทยมายาวนาน โดยผูกเรื่องให้ตัวละครเอกเป็นผู้ได้ประโยชน์จากความงมงายที่ตนเอง
เคยต่อต้าน นับเป็นภาพยนตร์ไทยเพียงไม่กี่เรื่องที่มีความตั้งใจจะฉายไฟไปยังอวิชชาอันดำมืด
ให้เกิดเป็นแสงสว่างทางปัญญาแก่ผู้ชม และสามารถสื่อสารออกมาได้เป็นอย่างดี

๑๙. คนเลี้ยงช้าง

วันแรกฉาย ๕ เมษายน ๒๕๓๓ / ๑๓๖ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล / บริษัทสร้าง พร้อมมิตรภาพยนตร์

ภาพยนตร์ที่หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล จับเอาเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งกำลังเป็นประเด็น
สำคัญในสังคมไทยเวลานั้นออกมาตีแผ่ ผ่านตัวละครหลักที่เป็นชาวบ้านป่าซึ่งยึดอาชีพเป็น
ควาญช้าง กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้เคร่งครัดต่อหน้าที่ นับเป็นการบันทึกสภาพธรรมชาติและ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา รวมทั้งยังเปิดเผยให้เห็นถึง
รายละเอียดปลีกย่อยอันสลับซับซ้อนของกระบวนการตัดไม้เถื่อนที่ผูกพันเชื่อมโยงกันตั้งแต่
ระดับชาวบ้านไปจนถึงนักการเมืองใหญ่

๒๐. กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

วันแรกฉาย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๔ / ๑๐๒ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ สมจริง ศรีสุภาพ / บริษัทสร้าง ไท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ 

ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มเด็กนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่กำลังเปลี่ยน
ผ่านจากวัยรุ่นสู่วัยหนุ่มสาว รวมตัวกันทำแต่เรื่องเกเรก่อกวนคนอื่น ถือเป็นหนังไทย
เรื่องแรก ๆ ที่นำเสนอภาพชีวิตของนักเรียนวัยมัธยมอย่างเข้าถึงหัวจิตหัวใจของวัย
และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเมื่อออกฉาย จนได้รับการบันทึกว่าเป็นหนังไทย
เรื่องแรกที่ทำรายได้มากเกินกว่า ๒๕ ล้านบาท เป็นต้นแบบให้เกิดหนังไทยทำนอง
เดียวกันขึ้นมาอีกมากมาย จนเกิดเป็นยุคทองของหนังวัยรุ่นไทยในช่วงเวลาต่อมา

๒๑. กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้

วันแรกฉาย ๒๘ มกราคม ๒๕๓๗ / ๑๑๔ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
ผู้กำกับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล / บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
 
ภาพยนตร์ที่พูดถึงปัญหาของเด็ก ๆ ในสังคมไทย ทั้งเด็กชนชั้นกลางที่ครอบครัวแตกแยก และ
เด็กเร่ร่อนที่เข้าไปพัวพันกับการทำผิดกฏหมาย ผลงานของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผู้กำกับที่โด่งดัง
มาจากหนังตลกชุด บุญชู ซึ่งพยายามหาโอกาสสร้างสรรค์งานที่มีบทที่หนักแน่น เนื้อหา
วิพากษ์สังคม และปราศจากเสียงหัวเราะแบบที่ผู้ชมชาวไทยส่วนมากนิยม ความตั้งใจและความประณีต ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ของบัณฑิต ส่งผลให้ตัวภาพยนตร์ได้รับการยกย่องอย่างมากในด้านคุณภาพ และถือเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของตัวเขาเอง

๒๒. นางนาก

วันแรกฉาย ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ / ๑๐๐ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ นนทรีย์ นิมิบุตร / บริษัทสร้าง ไท เอ็นเตอร์เทนเมนท์

ภาพยนตร์ที่นำตำนานเรื่องเล่าของนางนาคพระโขนง ตำนานผีที่คนไทยคุ้นเคย มาสร้างใหม่
ในแบบทฤษฎีสมจริง กำกับโดย นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับที่ผันตัวมาจากงานโฆษณา สามารถ
สร้างปรากฏการณ์เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ทำรายได้ถึงร้อยล้านบาท และได้รับการยอมรับว่า
เป็นหนังผีแม่นาคฉบับที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ คาดไม่ถึงและน่าเชื่อมากกว่าภาพยนตร์
แม่นาคที่เคยสร้างกันมา

๒๓. ดอกฟ้าในมือมาร

วันแรกฉาย ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ / ๘๓ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เสียง 
ผู้กำกับ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ผลงานภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นสารคดีแนว
ทดลองที่ใช้แนวคิดของศิลปะฝรั่งเศสที่เรียกว่า Exquisite corpse คือการวาดรูปแล้ว
พับไว้แล้วส่งให้คนต่อไปวาดต่อไปเรื่อยๆ ภาพยนตร์ได้พาผู้ชมเดินทางไปพร้อมกับ
เรื่องเล่าที่คาดไม่ถึงจากผู้คนอันหลากหลายจากเหนือจรดใต้ของประเทศไทย เริ่มต้น
จากเรื่องของครูดอกฟ้า เด็กชายพิการ และมนุษย์ต่างดาว

๒๔. มนต์รักทรานซิสเตอร์

วันแรกฉาย ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๔ / ๑๒๐ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
ผู้กำกับ เป็นเอก รัตนเรือง / บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น 

ภาพยนตร์ที่เป็นเอก รัตนเรือง ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของวัฒน์ วรรลยางกูร เล่า
เรื่องราวที่ดูเหมือนเป็นตำนานของหนุ่มสาวลูกทุ่งในท้องนา ซึ่งพกพาวิทยุทรานซิสเตอร์
ไปบนหลังควายทุย และใฝ่ฝันถึงการเป็นดารานักร้องในวงดนตรีลูกทุ่ง เป็นภาพฝันแทน
อารมณ์ให้หวนหาอดีต แม้จะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนัก แต่ก็ได้รับรางวัล
จากการประกวดอย่างมากมาย ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

๒๕. แฟนฉัน

วันแรกฉาย ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖ / ๑๐๐ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง 
ผู้กำกับ คมกฤษ ตรีวิมล, ทรงยศ สุขมากอนันต์, นิธิวัฒน์ ธราธร, วิชชา โกจิ๋ว, วิทยา ทองอยู่ยง, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
บริษัทสร้าง จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส , ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ , หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยกลุ่ม 365 ฟิล์ม กลุ่มของผู้กำกับหนุ่ม ๖ คนที่เรียนจบด้านภาพยนตร์ จาก
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าเรื่องวัยเด็กในยุคทศวรรษ ๒๕๒๐ เสมือนบันทึกความทรงจำของผู้ทำหนังทั้งหกที่เคยผ่านวัยวานนั้นมา ทำให้คนหนุ่มสาววัยเดียวกับคนทำหนังตลอดจนคนที่กำลังแก่เกิดความรู้สึกหวนหาวันเวลาที่ไม่อาจหวนคืน ภาพยนตร์สามารถสร้างปรากฏการณ์ทลายกำแพงความเชื่อที่ว่าทำหนังเด็กมักจะไม่ได้เงินลงได้อย่างราบคาบ

 


SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
เกี่ยวกับหอภาพยนตร์ | งานอนุรักษ์ | ข่าวสารและกิจกรรม | พิพิธภัณฑ์ | ห้องสมุด | สินค้า | ประกาศ | INTRANET | ติดต่อเรา

94 หมู่ 3 ถนนพุทธมณฑลสาย5 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 0-2482-2013, โทรสาร 0-2482-2015 filmarchivethailand@gmail.com

All rights reserved © 2012 fapot.org
ผู้เข้าชม 2489 ออนไลน์ 10