รายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๕ ปี ๒๕๕๘
เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำการประกาศรายชื่อภาพยนตร์ ๒๕ เรื่อง
ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมาทุกปีในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
เพื่อให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ภาพยนตร์ โดยคัดเลือกภาพยนตร์ที่สำคัญตามหลักเกณฑ์ที่จัดทำขึ้น
เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ และเป็นหลักประกันว่าภาพยนตร์เหล่านี้จะได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเพื่อส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง
 

๑. [ภารกิจทหารอาสาสยามในสงครามโลกครั้งที่ ๑]
 
[พ.ศ. ๒๔๖๑]
ความยาว ๖๓.๒๖ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ผู้สร้าง
 
ภาพยนตร์บันทึกกิจวัตรของกองทหารอาสาสยามที่ไปร่วมรบในสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ที่ประเทศฝรั่งเศส นับตั้งแต่เดินทางไปเหยียบแผ่นดินฝรั่งเศส ไปจนถึงการเดินทางไปประจำการตามสถานที่ต่าง ๆ และการฝึกอบรมหน้าที่ตามภารกิจ นับเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ของกองทหารไทยในสงครามโลกครั้งที่ ๑ และเป็นภาพอันมีชีวิตชีวาแทนตัวทหารผ่านศึกผู้ล่วงลับทั้งหลายเหล่านั้นตลอดไป

๒. [เด็กซนสมัย ร.๗]
 
[พ.ศ. ๒๔๗๐ - ๒๔๗๕]
ความยาว ๗ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
ผู้สร้าง
 
ภาพยนตร์นิรนามที่ถ่ายทำในราวปี ๒๔๗๐–๒๔๗๕ บันทึกภาพเด็ก ๆ ชายหญิง อายุราว ๓-๔ ขวบ ถึง ๑๐ ขวบกลุ่มหนึ่ง ซึ่งแสดงการละเล่น เช่น มอญซ่อนผ้า และท่าทางจากหนังฝรั่ง  ที่สะท้อนให้เห็นว่าภาพยนตร์มีอิทธิพลอย่างใดและเพียงไรต่อวิถีชีวิตของคนและสังคมในสมัยนั้น ทั้งเป็นตัวอย่างอันหาได้ยากยิ่งของภาพยนตร์ที่บันทึกให้เห็นพฤติกรรมการเล่นซนหรือการเล่นอวดของเด็กไทยในสมัยรัชกาลที่ ๗ ที่ไม่อาจบรรยายให้เห็นได้เลยด้วยภาษาพูดเขียนหรือภาพนิ่ง

๓. พันท้ายนรสิงห์ 
 
วันแรกฉาย ๑ เมษายน ๒๔๙๓
ความยาว ๙๘ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / พากย์
บริษัทสร้าง  อัศวินภาพยนตร์  ผู้กำกับ มารุต
 
ภาพยนตร์ที่สร้างจากบทละครเวทีของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ซึ่งเป็นละครเวทีที่ได้รับความนิยมระหว่างสงครามและหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ใหม่ ๆ โดยเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นจากเรื่องเกร็ดในพงศาวดารและประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลพระเจ้าเสือ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อเป็นภาพยนตร์ก็ยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนผู้ชมทั่วประเทศ นับเป็นภาพยนตร์ที่เป็นประวัติการณ์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความเชื่อของผู้คนทั่วไปในสังคมไทย 

๔. [ทหารไทยไปเกาหลี] 
 
[พ.ศ. ๒๔๙๔ - ๒๔๙๕]
ความยาว ๗.๔๒ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
ผู้สร้าง  สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพ
 
ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ ที่สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพ ให้ผลิตขึ้นสำหรับเผยแพร่สู่ประชาชนไทย เพื่อให้เห็นเหตุผลที่ประเทศไทยต้องส่งกองกำลังอาสาสมัครเข้าร่วมสงครามเกาหลี ซึ่งเป็นสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๔๙๖ และส่งผลให้เกิดการแบ่งประเทศเกาหลีเป็นสองประเทศ เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อในยุคสงครามเย็นของโลก และเป็นเอกสารหรือหลักฐานประวัติศาสตร์ไทยกับสงครามเกาหลีที่มีค่าในการศึกษาชิ้นหนึ่ง

๕. มรดกพระจอมเกล้า (HERITAGE FROM KING MONGKUJ)
 
พ.ศ. ๒๔๙๗
ความยาว ๖๐ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  สำนักข่าวสารอเมริกัน  ผู้สร้าง  ปรเมรุภาพยนตร์
 
ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก ๆ ของสำนักข่าวสารอเมริกัน ที่เข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศไทย ในช่วงสงครามเย็นโดย ให้ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล พระโอรสของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ซึ่งเป็นผู้กำกับไทยมืออาชีพเป็นผู้กำกับ เนื้อเรื่องว่าด้วยสัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณกาล ย้อนไปจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ผ่านหมอสอนศาสนาชาวอเมริกันที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดีคือ หมอบรัดเล เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนไทยเห็นถึงคุณงามความดีและความเป็นมิตรของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทยมาช้านาน ตั้งแต่ครั้งยังใช้ชื่อว่า “สยาม”
 

๖. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกผนวช
 
[พ.ศ. ๒๔๙๙]
ความยาว ๑๓.๔๒ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง  สำนักข่าวสารอเมริกัน  ผู้สร้าง  พิฆเนศภาพยนตร์
 
ภาพยนตร์สารคดีบันทึกเหตุการณ์เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกผนวช ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ จนกระทั่งลาผนวชในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ถ่ายทำโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน เพื่อเผยแพร่พระราชจริยวัตรในขณะที่ทรงผนวชให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมี และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นตัวอย่างในการเป็นพุทธมามกะที่ดีให้แก่ปวงชนชาวไทย
 

๗. โฆษณาพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ 
 
[พ.ศ. ๒๕๐๐]
ความยาว ๔.๕๒ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง  [กระทรวงมหาดไทย]
 
ภาพยนตร์โฆษณาที่กระทรวงมหาดไทย ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผลิตขึ้นเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนเช่าพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่จัดสร้างมาจำนวนมากหลายล้านองค์ เพื่อเรี่ยไรเงินรายได้ไปสมทบทุนสร้างพุทธมณฑล เป็นพุทธบูชาและเป็นถาวรสถานใหญ่ให้เป็นหลักหมายของกึ่งพุทธกาล ถ่ายทำโดยสำนักงานโฆษณาสรรพสิริ นับเป็นเอกสารหลักฐานชิ้นหนึ่งในการวัดระดับความเลื่อมใสศรัทธาและระดับการเข้าถึงพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของสังคมไทย
 

๘. ทะโมนไพร 
 
[พ.ศ. ๒๕๐๒]
[ความยาวเหลือ ๔๒ นาที]   ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / พากย์
ผู้สร้าง    ธำรง รุจนพันธุ์  ผู้กำกับภาพยนตร์  บุญรัตน์ ชัยวิเศษ
 
ภาพยนตร์ไทยที่สร้างโดยคนท้องถิ่น จังหวัดนราธิวาส โดยใช้ฉากสถานที่ในท้องถิ่น และเพื่อนฝูงญาติมิตรเป็นผู้แสดง แล้วนำออกฉายตามโรงภาพยนตร์ในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง นับเป็นตัวอย่างอันหาได้ยากยิ่งของภาพยนตร์ท้องถิ่นในประเทศไทย ซึ่งในอดีตแทบทุกจังหวัดมักมีผู้ที่รับถ่ายภาพยนตร์บันทึกงานพิธีกรรมต่าง ๆ คิดและจัดการถ่ายทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง แล้วนำออกฉายดูกันในจังหวัดตนและจังหวัดใกล้เคียงทำนองเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง ทะโมนไพร นี้
 

๙. การปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติในตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลและผู้นำทางทหารจนถึงล้มป่วยและอสัญกรรมของ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
 
[พ.ศ. ๒๕๐๖]
ความยาว ๒๕.๑๕ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง  กองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (กรป. กลาง)
 
ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นหลังจากการอสัญกรรมของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๐๖ ไม่นานนัก เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณงามความดีของ ฯพณฯ ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นงานบันทึกอารมณ์ที่มีกระแสสูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติ และเป็นเอกสารแห่งความทรงจำที่ไม่อาจบันทึกด้วยสื่ออื่น ๆ ให้รู้สึกได้ดีเท่าภาพยนตร์
 

๑๐. ยุทธนา-ศิริพร YUTHANA UND SIRIPON MONCH AUF ZEIT
 
[พ.ศ. ๒๕๐๖] ความยาว ๔๔.๕๔ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง  Hans Berthel
 
ภาพยนตร์ที่สร้างโดย ฮันส์ เบอร์เทล ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีชาวเยอรมัน บันทึกภาพสถานที่สำคัญ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในเมืองกรุงราวปี ๒๕๐๖ ผ่านตัวละครหนุ่มสาวคู่รักชื่อ ยุทธนา และ ศิริพร โดยมี แท้ ประกาศวุฒิสาร
ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยที่มีชื่อเสียงเป็นผู้ช่วยประสานงาน เมื่อถ่ายทำเสร็จได้ออกฉายทางโทรทัศน์ของเยอรมนี โดยมีเสียงบรรยายภาษาเยอรมันตลอดทั้งเรื่อง นับเป็นบทบันทึกของยุคสมัยที่สื่อใดก็ไม่อาจฉายภาพได้เด่นชัดเท่ากับที่ปรากฏในภาพยนตร์
 

๑๑. สายเลือดเดียวกัน  (THE SPREAD OF KINSHIP) 
 
[พ.ศ. ๒๕๐๙-๒๕๑๑]
ความยาว ๑๐๓ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง  สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพ
 
ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของสำนักข่าวสารอเมริกัน และเป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของ พิศาล อัครเศรณี โดยเนื้อหาได้จำลองเหตุการณ์ให้เห็นถึงความโหดร้ายและวิธีการแทรกซึมเข้ามาในหมู่บ้านของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ รวมทั้งมีฉากซึ่งแสดงให้เห็นถึงยุทธวิธีที่รัฐนำการแสดงพื้นบ้านมาปรับใช้ในการสื่อสารกับชาวบ้านเพื่อให้เข้าถึงการชวนเชื่อได้ดียิ่งขึ้น นับเป็นตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อที่สำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์สังคมไทยในยุคสมัยหนึ่งได้เป็นอย่างดี
 

๑๒. ชู้ 
 
วันแรกฉาย ๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๕
ความยาว ๑๔๕ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
ผู้สร้าง เปี๊ยก โปสเตอร์  ผู้กำกับ เปี๊ยก โปสเตอร์
 
ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องที่มีตัวละครนำอยู่เพียง ๓ ตัวละคร ที่ไม่ใช่เป็นแค่ตัวแทนความดีชั่วแบบพระเอกนางเอกและตัวร้าย ทั้งยังพยายามตั้งคำถามถึงศีลธรรมของมนุษย์ ซึ่งแตกต่างไปจากภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่น โดยได้รับรางวัลพิเศษในฐานะภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาโดดเด่นแปลกแหวกแนว ในมหกรรมภาพยนตร์ เอเซีย - แปซิฟิก ครั้งที่ ๑๙ นับเป็นตัวอย่างอันหายากของภาพยนตร์ไทย ที่ผู้สร้างมีเจตนาใช้ศิลปภาพยนตร์แสดงธรรม ว่าด้วยกิเลส ตัณหา ราคะ ความโลภ และความเห็นแก่ตัวของมนุษย์
 

๑๓. วัยตกกระ 
 
วันแรกฉาย ๙ กันยายน ๒๕๒๑
ความยาว ๑๒๒ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทผู้สร้าง  นครพิงค์โปรดักชั่น  ผู้กำกับ  ชนะ คราประยูร
 
ภาพยนตร์ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่มีความกล้าหาญที่จะแสดงเรื่องของคนแก่หรือผู้สูงอายุ ให้เป็นตัวหลักของเรื่อง และเป็นครั้งแรกที่คนแก่มีพื้นที่ในการสื่อสารเรื่องของตัวเองบนจอหนังไทย โดยสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่มีการสร้างภาพยนตร์ไทยออกฉายเป็นจำนวนมากกว่าปกติ ทั้งยังมีเรื่องราวแปลกใหม่หลากหลายกว่าที่เคยสร้างกันมา
 

๑๔. เงาะป่า 
 
วันแรกฉาย ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ ความยาว ๘๖ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง บริษัท
สร้าง อัศวินภาพยนตร์, ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ผู้กำกับ  เปี๊ยก โปสเตอร์
 
ภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่สร้างจากบทละครร้องพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง “เงาะป่า” โดยเป็นผลงานการกำกับร่วมกันระหว่างผู้กำกับคนสำคัญต่างยุคสมัย คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และ เปี๊ยก โปสเตอร์ เพื่อถ่ายทอดบทละครร้องและรำซึ่งเป็นภาษานาฏศิลปะแบบประเพณี ให้ออกมาเป็นภาษาภาพยนตร์ไทยสมัยใหม่ จนเกิดเป็นภาพแทนอันมีชีวิตชีวาเสมือนมีตัวตนจริงของตัวละครที่เคยมีอยู่แต่ในจินตนาการจากบทพระราชนิพนธ์
 

๑๕. ประชาชนนอก  (ON THE FRINGE OF SOCIETY) 
 
พ.ศ. ๒๕๒๔
ความยาว ๙๐ นาที   ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เสียง
ผู้สร้าง  สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา
ผู้กำกับ  มานพ อุดมเดช
 
ภาพยนตร์ที่สร้างโดย สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจเศรษฐกิจและปัญหาทางสังคม โดยกลั่นกรองเรื่องราวจากประสบการณ์ของคนใกล้ตัว ทั้งจากชีวิตจริงของพ่อและแม่ของผู้กำกับ คือ มานพ อุดมเดช ฉายครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับความสนใจจากนักศึกษา นักวิชาการเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังได้รับเชิญไปฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศหลายแห่ง นับเป็นผลงานสะท้อนปัญหาสังคมเรื่องสำคัญที่ปรากฏในโลกภาพยนตร์ไทย
 

๑๖. เพื่อน-แพง  (PUEN-PAENG) 
 
วันแรกฉาย ๒๔ กันยายน ๒๕๒๖
ความยาว ๑๓๑ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง เชิดไชยภาพยนตร์  ผู้กำกับ เชิด ทรงศรี
 
ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงขึ้นจากเรื่องสั้นแนวลูกทุ่งเรื่อง “เพื่อน-แพง” ของ ยาขอบ (โชติ แพร่พันธุ์) บอกเล่าตำนานรักสามเส้าแห่งท้องทุ่ง ระหว่าง ลอ ชายหนุ่มผู้ผิดคำสาบาน กับ เพื่อน และ แพง สองพี่น้องผู้มีใจรักชายคนเดียวกัน และได้สอดแทรกวิถีชีวิตชาวไทยในช่วงประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๖ เอาไว้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะด้านการบันเทิงและมหรสพซึ่งหล่อเลี้ยงจิตใจของบรรพชนไทยมาก่อนหน้า นับเป็นผลงานอันมีเลือดเนื้อและตอกย้ำให้เห็นถึงความรักความชื่นชมและความเข้าใจในความเป็นไทยอย่างลึกซึ้งของ เชิด ทรงศรี ผู้กำกับผู้เป็น  “จ้าวแห่งหนังไทยลูกทุ่ง”
 

๑๗. ด้วยเกล้า 
 
วันแรกฉาย ๓ ตุลาคม ๒๕๓๐
ความยาว ๑๐๗ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น  ผู้กำกับ  บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
 
ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๔๐ ปี โดยเชื่อมโยงเรื่องราวความยากลำบากของชาวนา ความเอารัดเอาเปรียบของนายทุน และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อชาวนาผ่านโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ได้อย่างประณีต พิถีพิถัน เป็นธรรมชาติ และเป็นเนื้อเดียวกันไปกับภาพยนตร์ นับเป็นตัวแทนของวงการภาพยนตร์ไทยที่ทำขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีและบูชาน้ำพระราชหฤทัยของพระราชาผู้ทรงเป็นพลังของแผ่นดิน
 

๑๘. บ้านผีปอบ 2 
 
วันแรกฉาย ๓ มีนาคม ๒๕๓๓
ความยาว ๙๑ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง กรุ๊ฟโฟร์โปรดักชั่น  ผู้กำกับ ศรีสวัสดิ์
 
ภาพยนตร์ที่ผสมผสานระหว่างหนังผีกับหนังตลกไว้ด้วยกัน ซึ่งสร้างปรากฏการณ์การเป็นหนังระดับรอง ทุนสร้างไม่สูง เน้นฉายโรงภาพยนตร์ต่างจังหวัด แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างสูงจนสามารถเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ชั้นนำในกรุงเทพได้ โดยบ้านผีปอบ ภาค ๒ เป็นภาคแรกที่มีตัวละครปอบหยิบ ซึ่งเป็นตัวละครผีหลักในภาพยนตร์ชุดนี้ไปจนจบ รับบทโดย ณัฐนี สิทธิสมาน โดยท่าจีบมือของปอบหยิบ รวมทั้งฉากการวิ่งหนีด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ได้กลายเป็นภาพจำของผู้คน จนกระทั่งสามารถสร้างภาคต่อได้ถึง ๑๓ ภาค ในช่วงเวลา ๕ ปี
 

๑๙. เรื่องตลก 69  (6ixtynin9) 
 
วันแรกฉาย ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
ความยาว ๑๑๕ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น  ผู้กำกับ เป็นเอก รัตนเรือง
 
ภาพยนตร์แนวตลกร้ายที่เล่าเหตุการณ์ในภาวะเศรษฐกิจไทยตกต่ำยุคฟองสบู่แตกหรือวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ผ่านเรื่องราวของสาวออฟฟิศคนหนึ่งที่ถูกปลดออกจากงาน และเจอกล่องใส่เงินสดจำนวนมหาศาลมาวางไว้หน้าห้องพักโดยบังเอิญ นับเป็นผลงานแห่งยุคสมัยที่ช่วยปลุกวงการหนังไทยซึ่งขณะนั้นกำลังสลบไสลให้ฟื้นตื่นขึ้นมาพบเจอทิศทางใหม่ ๆ ในโลกภาพยนตร์ นับเป็นเอกสารบันทึกเรื่องราว ความรู้สึก หรืออารมณ์ของสังคมไทย ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจยุคฟองสบู่แตกและโรคต้มยำกุ้ง ที่มีชีวิตชีวาที่สุด ซึ่งไม่อาจรับรู้ได้จากสื่ออื่น ๆ
 

๒๐. บางระจัน  (BANG-RAJAN The legend of the Village Warriors)
 
วันแรกฉาย ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๓
ความยาว ๑๑๘ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ฟิล์มบางกอก  ผู้กำกับ ธนิตย์ จิตนุกูล
 
ภาพยนตร์ที่บอกเล่าตำนานวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันที่คนไทยรู้จักกันดีในฐานะภาพแทนของความสมัครสมานสามัคคีอุทิศตนต่อสู้กับศัตรูที่เข้ามารุกราน โดยเพิ่มอรรถรสให้ตัวละครนำซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาทั้ง ๑๑ คนมีมิติมากยิ่งขึ้น และคัดเลือกนักแสดงให้ละม้ายคล้ายกับตัวละครนั้น ๆ มากที่สุด นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งด้านรายได้และรางวัล
 

๒๑. สุริโยไท  (THE LEGEND OF SURIYOTHAI) 
 
วันแรกฉาย ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๔
ความยาว ๑๔๒ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง พร้อมมิตรภาพยนตร์  ผู้กำกับ  ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
 
ภาพยนตร์ระดับปรากฏการณ์ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์พงศาวดารในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระสุริโยไท พระมเหสีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ตั้งแต่ขณะทรงพระเยาว์จนถึงวีรกรรมซึ่งยอมสละชีพแทนพระสวามีในสงครามยุทธหัตถีกับกองทัพพม่า นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่เคลื่อนไหวได้ในรูปแบบของภาพยนตร์ และช่วยกระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยเกิดความสนใจในประวัติศาสตร์ของชาติ จนได้รับการการขนานนามว่าเป็น ภาพยนตร์แห่งสยามประเทศ  
 

๒๒. ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑  (MEKHONG FULL MOON PARTY) 
 
วันแรกฉาย ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕
ความยาว ๑๒๐ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง  จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส, หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม  ผู้กำกับ  จิระ มะลิกุล
 
ภาพยนตร์ที่สร้างจากตำนานพื้นบ้านกับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่เกิดขึ้นในคืนวันออกพรรษาของทุกปี และเป็นที่ขึ้นชื่อมากในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยหยิบเอาเรื่องราวของชุมชนพื้นบ้านมาเล่าในแง่ของความเชื่อบางประการ และตั้งคำถามระหว่างการทำสิ่งที่ถูกต้องกับทำสิ่งหลอกลวง เมื่อออกฉายได้กระตุ้นให้เกิดความสนใจใคร่รู้ถึงสาเหตุของการเกิดบั้งไฟพญานาค  จนเกิดการหาข้อพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงนับเป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่ง ที่สมควรส่งเสริมให้ผู้คนได้เรียนรู้ผ่านภาพยนตร์
 

๒๓. องค์บาก  (ONG-BAK) 
 
วันแรกฉาย ๓๑ มกราคม ๒๕๔๖
ความยาว ๑๐๔ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บาแรมยู ผู้กำกับ  ปรัชญา ปิ่นแก้ว
 
ภาพยนตร์ประเภทศิลปะการต่อสู้แบบไทย ที่มีเอกลักษณ์และเป็นเอกภาพ รวมทั้งมีฉากแอ๊กชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งเรื่อง โดยเกิดจากการผสมผสานความสามารถเฉพาะทางของทีมงานสร้างและนักแสดงนำได้อย่างลงตัว นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์โลก และเป็นความตื่นตาตื่นใจของแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ประทับอยู่ในความทรงจำตลอดไป
 

๒๔. ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ  (SHUTTER) 
 
วันแรกฉาย ๙ กันยายน ๒๕๔๗
ความยาว ๙๒ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส, จีเอ็มเอ็ม ไท หับ, ฟีโนมีนา โมชั่น พิคเจอร์ส
ผู้กำกับ  บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
 
ภาพยนตร์ไทยแนวสยองขวัญที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังผีไทยที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง โดยนำเรื่องราวของรูปถ่ายติดภาพวิญญาณ ซึ่งเป็นเรื่องลี้ลับยอดนิยมของผู้คนในสังคมมาเป็นประเด็นหลักของเรื่อง และซ่อนเงื่อนคลายปมอย่างชาญฉลาดด้วยบทภาพยนตร์ที่แข็งแรงกว่าหนังผีไทยเรื่องอื่น ๆ ที่เคยมีมา จนส่งผลให้ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นผลงานที่ปักธงหนังผีไทยให้เป็นที่รู้จักในแผนที่ภาพยนตร์โลกอย่างแท้จริง
 

๒๕. รักแห่งสยาม  (THE LOVE OF SIAM) 
 
วันแรกฉาย ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ความยาว ๑๗๑ นาที   ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บาแรมยู
ผู้กำกับการแสดง ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
 
ภาพยนตร์ที่ดูเหมือนเป็นภาพยนตร์รักวัยรุ่นใส ๆ แต่เนื้อหากลับพลิกความคาดหวังกลายเป็นเรื่องของครอบครัวที่มีบาดแผลจากการหายตัวไปของสมาชิกในบ้าน ทั้งยังนำเสนอความสับสนในเพศวิถีของตัวละคร แต่ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ กลับมีผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้จำนวนมากจนเกิดการรวมตัวเป็นแฟนคลับ นับเป็นภาพยนตร์ที่ทั้งสะท้อนอารมณ์ร่วมของยุคสมัยและสร้างกระแสความรู้สึกอย่างหนึ่งขึ้นในสังคมไทย ในระดับทั่วประเทศ รวมทั้งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากสถาบันต่าง ๆ ที่จัดประกวดในปีนั้น
 

 


SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 2429 ออนไลน์ 17