หน่วยกู้หนัง
ที่มาของโครงการ “อย่าโยนฟิล์มทิ้ง”

ปัจจุบันทั่วโลกมีหอภาพยนตร์มากกว่า ๑๕๑ แห่ง ในกว่า ๗๗ ประเทศ และหอภาพยนตร์เหล่านั้น ล้วนคือ ผู้พิทักษ์มรดกภาพเคลื่อนไหวของโลก นับเป็นภารกิจหลักซึ่งแต่ละแห่งอาจจะมีชื่อเรียกที่ต่างกัน เช่นศูนย์ภาพยนตร์, ภาพยนตร์สถาน, พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์, หอสมุดภาพยนตร์ และหอภาพยนตร์ โดยชื่อต่างๆเหล่านี้ล้วนหมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายกัน แต่อาจจะต่างกันไปในรายละเอียด
 
สำหรับหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ของประเทศไทยนั้น นับเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำหน้าที่เก็บรักษาและดูแลภาพยนตร์ของทั้งประเทศและมีหน้าที่ซับซ้อนทุกมิติของหอภาพยนตร์ที่มีอยู่ทั่วโลก  โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในบรรดาหอภาพยนตร์ ๑๕๑ แห่งใน ๗๗ประเทศทั่วโลกที่เป็นสมาชิกของ สมาพันธ์หอภาพยนตร์ระหว่างชาติ (Federation Internationale des Archives du Film) (FIAF)
 
เมื่อปี ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวาระครบ ๗๐ ปีแห่งการก่อตั้ง สมาพันธ์หอภาพยนตร์ระหว่างชาติ ในสถานการณ์ซึ่งถือเป็นวิกฤตการณ์ของวงการอนุรักษ์ภาพยนตร์ของโลกอันเป็นผลมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัล นั่นคือสื่อดิจิทัลพัฒนาคุณภาพขึ้นมาก แพร่หลายและมีราคาถูกลง การถ่ายทำภาพยนตร์ได้หันไปใช้การบันทึกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแทนฟิล์มภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ก็เริ่มเปลี่ยนจากฉายด้วยฟิล์มไปเป็นโรงภาพยนตร์ดิจิทัล ฟิล์มภาพยนตร์กำลังจะถูกมองว่าพ้นสมัย เริ่มมีการทอดทิ้งฟิล์มภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์เก่าซึ่งเจ้าของเห็นว่าหากถ่ายทอดเป็นดิจิทัลแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาฟิล์มไว้ต่อไป แม้แต่พวกภาพยนตร์ส่วนตัวหรือหนังบ้าน ที่ผู้คนถ่ายเล่นกันในครอบครัว หากเจ้าของนำไปถ่ายทอดเป็นดิจิทัลแล้วก็มักละทิ้งหรือทำลายฟิล์มทิ้งไปก็มี  ในระยะสิบปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคดิจิทัลเบ่งบาน ผู้คนปล่อยปละละเลยและทิ้งหรือทำลายฟิล์มภาพยนตร์ ทั้งนี้เพราะเข้าใจผิดว่า สื่อดิจิทัลสามารถแทนภาพยนตร์ได้และเก็บได้ถาวรตลอดไป
 
แต่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ว่า สื่อดิจิทัลอยู่ได้ไม่ยั่งยืนนานเท่าฟิล์ม และไม่อาจถ่ายทอดรายละเอียดจากฟิล์มภาพยนตร์ได้ครบถ้วน ภาพและเสียงที่ได้เมื่อนำไปฉายดูก็อาจไม่ตรงกับที่เห็นจากฟิล์ม อาจถูกแต่งเติมหรือแก้ไขปลอมแปลงได้ง่าย  และปัจจุบันอุปกรณ์การเล่นและระบบต่าง ๆ ยังไม่เสถียร  จะต้องอพยพข้อมูลกันทุก ๆ สามปี สมาพันธ์หอภาพยนตร์ระหว่างชาติ จึงออกแถลงการณ์เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกรับรู้วิกฤตนี้  ด้วยการเสนอคำเรียกร้องว่า  “อย่าโยนฟิล์มทิ้ง” ขณะเดียวกัน ได้จัดทำโปสเตอร์รณรงค์ เป็นรูปเครื่องหมายกากบาทสีแดง และเครื่องหมายอัศเจรีย์ มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเสปน ซึ่งเป็นภาษาทางการของสมาพันธ์ใจความว่า “อย่าโยนฟิลมทิ้ง หนังจะอยู่ยง จงอย่าทำลายมัน”
 
แถลงการณ์ แห่งวาระฉลอง ๗๐ ปี ของสมาพันธ์หอภาพยนตร์ระหว่างชาติ
 
อย่าโยนฟิล์มทิ้ง
ฟิล์มภาพยนตร์เป็นส่วนประกอบอันขาดไม่ได้ในมรดกทางวัฒนธรรมของเรา และเป็นบันทึกประวัติศาสตร์และชีวิตประจำวันของเราที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้
 
หอภาพยนตร์ ทั้งที่เป็นองค์การสาธารณะหรือเป็นของเอกชน เป็นหน่วยงานที่รับภาระหน้าที่ในการแสวงหา ดูแลรักษา ทำบัตรรายการหรือเครื่องมือช่วยค้นและ
จัดให้ภาพยนตร์นั้นได้รับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการชื่นชมโดยคนรุ่นเราในปัจจุบันและลูกหลานในอนาคต
 
สมาพันธ์หอภาพยนตร์ระหว่างชาติ (FIAF) และสมาชิกซึ่งประกอบไปด้วยหอภาพยนตร์กว่า ๑๓๐ แห่ง ในกว่า ๖๕ ประเทศ ได้ช่วยชีวิตฟิล์มภาพยนตร์ไว้ได้กว่า ๒ ล้านเรื่องในระยะเจ็ดสิบปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีสำหรับภาพยนตร์บางประเภท บางภูมิภาคและบางช่วงเวลาในประวัติสาสตร์ภาพยนตร์ อัตราการรอดชีวิตของฟิล์มภาพยนตร์เหล่านั้นเท่าที่ประเมินกันพบว่ามีน้อยกว่า ๑๐ % ของรายชื่อที่สร้างทั้งหมด
 
ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองปีที่ ๗๐ ของสมาพันธ์ สมาพันธ์ขอเสนอข้อเรียกร้องใหม่แก่โลกว่า : อย่าโยนฟิล์มทิ้ง  ถ้าหากท่านไม่มีอุปกรณ์พร้อมที่จะเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ไว้เอง สมาพันธ์และบรรดาสมาชิกทั้งมวลยินดียิ่งที่จะช่วยท่านด้วยการแนะนำหอภาพยนตร์สักแห่งหนึ่งที่จะช่วยเก็บรักษาฟิล์มให้ท่าน ภาพยนตร์เป็นวัฒนธรรมที่ไม่อาจหาไรอื่นแทนได้ และสามารถคงอยู่ได้นานโดยเฉพาะในมือของผู้เชี่ยวชาญ
 
ในท่ามกลางความเข้าใจกันว่าเทคโนโลยีภาพเคลื่อนไหวในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด่วยผลแห่งความก้าวหน้าของวงการดิจิทัล แต่สมาชิกของสมาพันธ์ ได้ตกลงใจที่จะยังคงแสวงหาฟิล์มภาพยนตร์และอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของฟิล์มภาพยนตร์ต่อไป ยุทธวิธีนี้จะมีส่วนช่วยพัฒนาวิธีการอนุรักษ์มรดกสื่อดิจิทัลโดยกำเนิดบรรดาสมาชิกของสมาพันธ์ขอผลักดันให้ใครทั้งหลายที่เป็นผู้สร้างและผู้ดูแลภาพยนตร์ ไม่ว่าจะมืออาชีพหรือสมัครเล่น ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐในทุกชาติทำหน้าที่รับผิดชอบการรักษามรดกภาพยนตร์ของโลก ให้ช่วยกันเดินตามภารกิจนี้
 
คำขวัญ “อย่าโยนฟิล์มทิ้ง” หมายความว่าจะต้องไม่ทอดทิ้งละเลยฟิล์มภาพยนตร์ แม้ว่าผู้ที่ถือครองฟิล์มอยู่ อาจคิดได้ว่าเขาเก็บรักษาเนื้อหาของมันไว้ได้ปลอดภัยเพียงพอแล้ว โดยการถ่ายทอดภาพยนตร์ลงบนสื่อที่มีความคงทนกว่าเดิม หรือโดยการแสกนเป็นสื่อดิจิทัลในสัดส่วนความละเอียดที่เห็นได้ชัดว่ามิได้สูญเสียข้อมูลสำคัญอะไรไปแต่อย่างใด หอภาพยนตร์และพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ ยึดมั่นในการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์เป็นฟิล์มภาพยนตร์ ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้
 
๑. ภาพยนตร์เป็นได้ทั้งงานสร้างสรรค์โดยการกำกับดูแลโดยตรงของผู้สร้าง หรือมิฉะนั้นก็เป็นการบันทึกชั่วขณะของประวัติศาสตร์ โดยช่างถ่ายภาพยนตร์ ทั้งสองแบบต่างก็เป็นประดิษฐกรรมที่มีค่าสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของโลก ภาพยนตร์เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และ “ตามนุษย์อ่านออกได้” ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับวัตถุพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุทั้งหลาย
 
๒. แม้ว่าฟิล์มภาพยนตร์เป็นสารประกอบทางเคมีและกายภาพที่เปราะบาง แต่มันก็เป็นวัสดุที่คงสภาพ ซึ่งอาจมีชีวิตอยู่รอดได้นับเป็นร้อยๆ ปี ตราบที่มันจะได้รับการเก็บและดูแลอย่างเหมาะสม การมีอายุยืนของฟิล์มก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่านานกว่าสื่อภาพเคลื่อนไหวที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายหลังฟิล์มอย่างเช่นวีดีโอเทปมากข้อมูลดิจิทัลมีค่าต่อเมื่อมันยังสามารถอ่านค่าได้ และสื่อหรือพาหนะที่รองรับข้อมูลดิจิทัล เป็นสิ่งที่เปราะบางทั้งทางกายภาพและการเสื่อมสลายทางเคมี ในขณะที่อุปกรณ์และชอฟท์แวร์สำหรับทำงานในการอ่านข้อมูลอยู่ในข่ายล้าสมัยหรือตกยุคได้ง่าย
 
๓. ฟิล์มภาพยนตร์เป็นสื่อภาพเคลื่อนไหวสำหรับการจัดเก็บในหอภาพยนตร์ที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน มันเป็นหนึ่งในบรรดาผลผลิตที่มีมาตรฐานและเป็นสากลที่สุดเท่าที่หาได้ และยังเป็นสื่อที่สามารถให้ค่าความละเอียดอย่างสูง ข้อมูลที่บรรจุในฟิล์มไม่จำเป็นต้องอพยพถ่ายโอนเป็นระยะ และระบบการทำงานของเครื่องมือก็ไม่ต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
 
๔. ฟิล์มภาพยนตร์ที่เก็บรักษาอยู่ในห้องเย็นของหอภาพยนตร์ นับเป็นต้นฉบับซึ่งสามารถถ่ายทอดเป็นสำเนาต่างๆ ได้ ใครก็สามารถใช้เป็นต้นแบบเพื่อเปรียบเทียบอ้างอิงว่าเป็นก๊อปปี้ใดๆ ที่มีอยู่สมบรูณ์หรือไม่ เทคโนโลยีดิจิทัลยิ่งก้าวหน้าไปเท่าใด ก็ยิ่งง่ายที่มันจะถูกเปลี่ยนหรือแม้แต่ถูกแก้ไขแต่งเติมโดยเจตนา อย่างไรก็ดีการแก้ไขโดยไม่เหมาะสมหรือการบิดเบือนโดยไม่ชอบธรรม ก็อาจถูกตรวจจับได้เสมอโดยการเปรียบเทียบกับต้นฉบับฟิล์มที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม
 
อย่าโยนฟิล์มทิ้ง แม้ว่าหลังจากที่ท่านคิดว่าจะมีบางสิ่งที่ดีกว่าตามมา ไม่ว่าเทคโนโลยีเกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นในอนาคต สำเนาฟิล์มภาพยนตร์จะเชื่อมต่อเรากับความสำเร็จและความถูกต้องแน่นอนของอดีต สำเนาฟิล์มจะอยู่ยืนยง อย่าโยนฟิล์มทิ้ง
 
เมษายน ๒๐๐๘, ปารีส (แก้ไข กรกฎาคม/กันยายน ๒๐๐๘)
 
กิตติกรรมประกาศ
แถลงการณ์แห่งวาระการฉลองปีที่ ๗๐ ของสมาพันธ์ ต้นฉบับร่างขึ้นในนามข้อเรียกร้องของสมาพันธ์โดย ฮิซาชิ โอกาจิมา ในปี ๒๐๐๗ จากแรงบัลดาลใจของเขาเองซึ่งเคยเสนอไว้ครั้งแรกในปี ๒๐๐๕ ในถ้อยแถลงเมื่อรับหน้าที่เป็นสมาชิกนคณะกรรมการบริการของสมาพันธ์ ร่างได้รับการเกลาโดยเดวิด ฟรานซิส และได้รับการจัดลำดับโดย โรเจอร์ สมิเธอร์ ด้วยคำแนะนำที่มีค่าจาก เปาโล เคคี อุสัย,โรแบร์ โดเดอแลง, อีดิธ คราเมอร์ และ พอล รีด ทั้งยังได้รับคำปรึกษาจากคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ปัจจุบัน ฉบับแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสทำโดย โรแบร์ โดเดอแลง และเป็นภาษาเสเปนโดยกริสเตียง ดิมิทริอู
 
แถลงการณ์ได้รับการรับรองในหลักการโดยเสียงส่วนใหญ่ของผู้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ทั่วไปของสมาพันธ์ที่ปารีส หลังจากมีการอภิปรายซึ่งได้รวบรวมเอาข้อเสนอแนะอันน่ารับฟังไปปรับปรุงให้ดีขึ้น และดังข้อเสนอที่ได้รับการลงมติ ว่าแถลงการณ์นี้ต้องได้รับการอภิปรายโดยคณะทำงานซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารอันนำมาสู่แถลงการณ์นี้ในที่สุด คณะทำงานนี้ประกอบด้วย เปาโล เคคี อุสัย, โรเจอร์ สมิธเธอร์ และเอวา โอบานซ์ และแถลงการณ์ได้รับการตรวจสอบครั้งสุดท้าย โดย อิวาน ทรูจิลโล, อเล็กซานเดอร์ ฮอร์วาท และมาเรีย บุสตามานเท
 
ปฏิบัติการ “หน่วยกู้หนัง”
 
 
ปฏิบัติการ “หน่วยกู้หนัง” เกิดขึ้นจากสาเหตุที่งานจัดหาได้ทำตามภารกิจหลักในการแสวงหาฟิล์มภาพยนตร์และสื่อโสตทัศน์ในแต่ละวัน และเห็นว่าถ้าหากเรายังทำงานอย่างช้าๆ แบบนี้ในทุกๆวันฟิล์มภาพยนตร์คงจะเสื่อมสลายไปก่อนเวลา ที่จะมาถึงมือหมอฟิล์มที่หอภาพยนตร์เป็นแน่ ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ใช้ประโยชน์ทางการค้าจากฟิล์มภาพยนตร์ เมื่อหมดความจำเป็นใช้งานจากฟิล์มภาพยนตร์แล้วมักละเลย ไม่เหลียวแล และทิ้งขว้างหรือทำลายฟิล์มภาพยนตร์ทิ้ง ส่วนพวกนักสะสมก็อาจแสวงหาฟิล์มภาพยนตร์มาครอบครองไว้เป็นสมบัติของตน เพื่อชื่นชมเป็นส่วนตัว เช่นฉายดูในหมู่มิตรสหาย แต่ฟิล์มภาพยนตร์เป็นของบอบบางหากเก็บไว้เฉย ๆ ไม่ดูแลรักษา โดยเฉพาะหากไม่เก็บรักษาไว้ในห้องเย็น เวลาผ่านไปไม่นานปีฟิล์มก็จะเสื่อมสภาพ ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้และกลายเป็นขยะในที่สุด
 
ดังนั้นกลุ่มงานจัดหาจึงได้จัดทีมปฏิบัติการ “หน่วยกู้หนัง” ขึ้น เพื่อเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการไปช่วยเหลือฟิล์มภาพยนตร์และรับมอบฟิล์มภาพยนตร์ที่เจ้าของต้องการให้หอภาพยนตร์ดูแลรักษา  หรือที่มีผู้พบเห็นว่ามีฟิล์มภาพยนตร์ถูกทิ้งตามที่ต่าง ๆ  ให้ทันแก่เวลาก่อนที่มันจะเสื่อมจนไม่อาจรักษาไว้ได้ คือ ตาย
 
หน่วยกู้หนัง คงต้องอาศัยท่านทั้งหลายเป็นเครือข่ายคอยช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่อง ถ้าหากพบฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกทิ้งหรือกำลังจะถูกทิ้ง ก็ให้รีบแจ้งเบาะแสมาที่หอภาพยนตร์ เราจะได้ไปช่วยเหลือได้ทันเวลา เพราะฟิล์มภาพยนตร์นั้นเป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเราต้องทำหน้าที่อนุรักษ์ไว้เพื่อส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อ ๆ ไป
 

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 440858 ออนไลน์ 6