รายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๖ ปี ๒๕๕๙

 เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำการประกาศรายชื่อภาพยนตร์ ๒๕ เรื่อง

ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ ๖ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมาทุกปีในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
เพื่อให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ภาพยนตร์ โดยคัดเลือกภาพยนตร์ที่สำคัญตามหลักเกณฑ์ที่จัดทำขึ้น
เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ และเป็นหลักประกันว่าภาพยนตร์เหล่านี้จะได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเพื่อส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง
  

 

 

๑. รั้วใหม่ทางทะเล เรือดำน้ำ แห่งราชนาวีสยาม กิจวัตรของทหารเรือดำน้ำไทยในญี่ปุ่น
(พิธีปล่อยเรืออันรุ่งเรืองสดใส)
 

[พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๐]
ความยาว ๔๕ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ


เป็นภาพยนตร์ที่บันทึกเกี่ยวกับเรือดำน้ำของราชนาวีไทย ซึ่งรัฐบาลไทยสั่งต่อที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ๒๔๗๙ จำนวน ๔ ลำ คือ วิรุณ มัจฉาณุ สินสมุทร และ พลายชุมพล ประกอบด้วยภาพยนตร์ ๓ เรื่อง คือ รั้วใหม่ทางทะเล เรือดำน้ำ แห่งราชนาวีสยาม (๓๐ นาที) ภาพยนตร์ที่บันทึกการก่อสร้างเรือดำน้ำไทยลำแรก คือ วิรุณ กิจวัตรของทหารเรือดำน้ำไทยในญี่ปุ่น (๑๐ นาที) ภาพยนตร์แสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคณะนักเรียนทหารเรือดำน้ำไทย (พิธีปล่อยเรืออันรุ่งเรืองสดใส) (๕ นาที) ภาพยนตร์แสดงกิจวัตรประจำวันของเรือดำน้ำไทย รล. สินสมุทร

 

๒. [พระองค์เจ้าพีระพงศ์ภาณุเดชแข่งรถ ณ ถนนราชดำเนิน]
 
พ.ศ. ๒๔๘๐
ความยาว ๒.๑๖ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
สร้าง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

ภาพยนตร์ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ การจัดแสดงการประลองความเร็วเป็นตัวอย่างเพื่อประโคมข่าว การแข่งรถ “การแข่งขันรถยนต์ระหว่างชาติ รางวัลใหญ่กรุงเทพ ฯ” (Bangkok Grand Prix) ที่ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่สะพานผ่านพิภพลีลา จนถึงลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๘๐ โดยวันนั้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีระพงศ์ภาณุเดช หรือ “พ.พีระ เจ้าดาราทอง” วีรบุรุษของชาวไทย ทรงขับรถรอมิวลุสโลดแล่นผ่านถนนราชดำเนิน ประลองความเร็วกับรถอื่น ๆ ให้ประชาชนชมเป็นขวัญตา ก่อนที่การแข่งขันจริงจะถูกยกเลิกไปเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ต่อมาจึงมีการขนานนามการแข่งขันที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงนี้ว่า The race that was never run
 

๓. เสด็จประพาสภาคใต้
 
พ.ศ. ๒๕๐๒
ความยาว ๖๙ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
สร้าง เอราวัณภาพยนตร์


ภาพยนตร์บันทึกประวัติศาสตร์การเสด็จ ฯ เยี่ยมราษฎรจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคใต้อย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เป็นการเสด็จ ฯ ที่อยู่ในความทรงจำของราษฎรจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ โดยเสด็จ ฯ ทางรถไฟจากสถานีสวนจิตรลดาสู่จังหวัดนครปฐม ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังจังหวัดชุมพร พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสุราษฎร์ธานี

 

๔. พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. ๒๕๐๓
 
พ.ศ. ๒๕๐๓
ความยาว ๑๑.๓๙ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
สร้าง ธำรง รุจนพันธุ์


ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์ พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อปี ๒๕๐๓ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพ ฯ ซึ่งได้รับการรื้อฟื้นคืนมาหลังจากห่างหายไป ๒๓ ปี ผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ได้บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของพระราชพิธีที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองในสมัยรัชกาลที่ ๙ ทั้งสองพระราชพิธี คือพระราชพิธีพืชมงคล พิธีพุทธซึ่งจัดขึ้นในอุโบสถวัดพระแก้ว เย็นวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓ และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจัดขึ้นในเช้าวันต่อมา ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพระราชพิธีทั้งสอง

๕. แพรดำ

วันแรกฉาย ๒๒ มิถุนายน ๒๕๐๔

ความยาว ๑๑๙.๔๖ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง หนุมานภาพยนตร์ ผู้อำนวยการสร้าง รัตน์ เปสตันยี
ผู้กำกับ รัตน์ เปสตันยี

แพรดำ ผลงานที่แสดงวิสัยทัศน์ล้ำยุคของรัตน์ เปสตันยี ที่จะผสมผสานรูปแบบฟิล์มนัวร์ (Film Noir) หรือหนังที่นิยมแสดงด้านมืดของมนุษย์และสังคม กับคำสอนพุทธศาสนาว่าด้วยเรื่องของกรรม ที่มาพร้อมบทหนังผูกเรื่องได้อย่างฉลาดและซับซ้อน เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ที่นำสมัยกว่าภาพยนตร์ไทยในยุคเดียวกัน แพรดำ ถือเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องที่สองที่ได้รับเชิญให้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์กรุงเบอร์ลิน (Berlin Film Festival) ในปี ๒๕๐๔
 

๖. [การเดินขบวนของประชาชน นักเรียน กรณีเขาพระวิหารในจังหวัดนราธิวาส]
 
 

พ.ศ. ๒๕๐๕
ความยาว ๑.๓๗ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
สร้าง ธำรง รุจนพันธุ์


ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์การเดินขบวนของประชาชน นักเรียน ในตัวเมือง จังหวัดนราธิวาสซึ่งอยู่ใต้สุดของสยาม หลังจากรู้ผลว่าประเทศไทยแพ้คดีกรณีเขาพระวิหาร ระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่าศาลโลก เมื่อศาลโลกตัดสินเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ ว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ซึ่งแม้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวเพียงไม่กี่นาทีแต่แสดงอารมณ์และความรู้สึกของคนนราธิวาส ที่อยู่ใต้สุดแดนสยามได้เป็นอย่างดี

 
 

๗. ไม้สัก

 [พ.ศ. ๒๕๐๕]

ความยาว ๓๑.๒๕ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / พากย์
อำนวยการสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย สร้าง ประดิษฐ์ เทศประสิทธิ์
ถ่ายภาพ ณรงค์ นะหุตานนท์ สร้างบท อุทัย อนันตสมบูรณ์
วิทยากร สมพันธ์ ปาณถึก
ประกอบเสียง ภิญโญ แก้วประสิทธิ์
ผู้บรรยาย พูนลาภ อนุมาน

เป็นตอนหนึ่งของภาพยนตร์สารคดีทางโทรทัศน์ชุด “สองข้างทางรถไฟ” ผลิตโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นภาพการทำป่าไม้ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ภาพยนตร์เกริ่นด้วยภาพสถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นสถานีที่สำคัญในการขนส่งไม้สักจากป่าสูงของไทยไปไปยังกรุงเทพฯ และจุดที่มีไม้สักคุณภาพดีที่สุดของโลก พร้อมเล่าให้เห็นกระบวนการตัดโค่นไม้สัก และขั้นตอนการเตรียมช้างออกทำงานในป่าอย่างละเอียด
 
 

๘. พัฒนากร
 
พ.ศ. ๒๕๐๖
ความยาว ๑๘.๒๗ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ สร้าง เอราวัณภาพยนตร์


ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของสำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ภารกิจของข้าราชการไทยที่เรียกว่า พัฒนากร โดยใช้วิธีดำเนินเรื่องโดยเล่าถึงกิจกรรมของพัฒนากรหนุ่มนายหนึ่ง ซึ่งเดินทางเข้าไปสู่หมู่บ้านในชนบทแห่งหนึ่ง เพื่อเข้ามาบอกกล่าวเล่าความแก่ชาวบ้านถึงแนวทางของรัฐที่จะเข้ามาพัฒนาอีสานให้มีความก้าวหน้า ที่น่าสังเกตคือภาพยนตร์ใช้วิธีเล่าเรื่องด้วยเพลงหมอลำแทนการบรรยายด้วยเสียงพูดธรรมดา เพื่อการโน้มน้าวความคิดความเชื่อของสังคมชนบทไทยในยุคสมัยแห่งสงครามเย็นและการเร่งรัดพัฒนาชนบทของประเทศ

 
 

๙. เพลงเหย่อย
 
พ.ศ. ๒๕๐๗
ความยาว ๒๒.๔๘ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง
อำนวยการสร้าง บริษัท เอสโซ่ แสตนดาร์ด อีสเทอร์น
สร้าง วิสิษฐ์ ตันสัจจา ผู้กำกับ สมบูรณ์ วิรยศิริ


หนึ่งในภาพยนตร์สารคดีชุดมรดกของไทย นำเสนอการฝึกหัดเพลงเหย่อยซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านเก่าแก่ทางภาคกลางของประเทศไทย จากชาวบ้านบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี ช่วยถ่ายทอดการรำเพลงเหย่อยแก่ศิลปินของศิลปากร โดยมีการบันทึกเสียงหรืออัดเทปการร้องและจังหวะดนตรีไว้ทุกขั้นตอน เพื่อเป็นการอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านไม่ให้สาบสูญ โดยหลังจากที่ศิลปินของกรมศิลปากรได้ไปฝึกหัดการรำเพลงเหย่อยแล้ว ก็ได้มีการนำไปปรับปรุงท่ารำ และมีการรำแสดงถวายในโอกาสต้อนรับเสด็จสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งประเทศมาเลเชีย ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๗

 
 

๑๐. MISS UNIVERSE BEAUTY PAGEANT (การประกวดนางสาวจักรวาล)
 
 พ.ศ. ๒๕๐๘
ความยาว ๒๘.๐๒ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง


ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์สำคัญของไทยกับการคว้ารางวัลผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกหรือรางวัลนางงามจักรวาลครั้งที่ ๑๔ (MISS UNIVERSE BEAUTY PAGEANT 1965) ของ อาภัสรา หงสกุล ตัวแทนสาวไทย ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๐๘ ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองไมอามี่ มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีตัวแทนสาวงามได้รับรางวัลนี้

 
 

๑๑. [พิธีลงนามและคำประกาศในแถลงการณ์ร่วมการก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้]
 
พ.ศ. ๒๕๑๐
ความยาว ๓.๕๓ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
อำนวยการสร้าง บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด


ภาพยนตร์ข่าวบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การทูตและการเมืองระหว่างประเทศที่สำคัญเรื่องหนึ่งของไทย ซึ่งได้บันทึกเหตุการณ์พิธีลงนามปฏิญญาก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Declaration) ในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งริเริ่มโดยพันเอกพิเศษถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและชาติสมาชิกอีก ๔ ชาติ คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐ ณ กระทรวงการต่างประเทศ วังสราญรมย์

 
 

๑๒. มิตรเก่าผู้กลับมา
 
พ.ศ. ๒๕๑๒
ความยาว ๓๑.๔๐ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ
สร้าง เทพพนมภาพยนตร์


ภาพยนตร์สารคดีโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน ที่ถ่ายทำขึ้นในวาระที่ริชาร์ด นิกสัน ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเดินทางมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๒ จนกระทั่งในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๒ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีและย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองที่สหรัฐอเมริกาและไทยมีร่วมกันในเวลานั้น ในเรื่องของการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์และการให้ความร่วมมือกันทางทหาร เศรษฐกิจและสังคม

 
 

๑๓. จาริกานุสรณ์ King’s Activities
 
พ.ศ. ๒๕๑๔
ความยาว ๒๘.๑๕ นาที ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / เสียง
อำนวยการสร้าง สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ
สร้าง เทพพนมภาพยนตร์


ภาพยนตร์สารคดีพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้รับการสร้างขึ้นในวาระที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๒๕ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นทางการครั้งแรก หลังจากครองราชย์สมบัติ ที่นอกจากเพื่อเป็นการเจริญพระราชไมตรีกับสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จ ฯ ทอดพระเนตรกิจการและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอเมริกัน และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเสด็จ ฯ เยือนสถานที่พระราชสมภพของพระองค์

 
 

๑๔.เทพธิดาโรงแรม

วันแรกฉาย ๒ มีนาคม ๒๕๑๗

ความยาว ๙๐.๑๖ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง พร้อมมิตรภาพยนตร์
อำนวยการสร้าง “สุโรจนา”
กำกับ ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล


ผลงานการกำกับของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ที่ออกฉายในปี ๒๕๑๗ เล่าเรื่องหญิงสาวจากเมืองเหนือที่ถูกชายหนุ่มล่อลวงมาขายตัวในกรุงเทพฯ เธอจึงจำใจรับสภาพการเป็น “เทพธิดาโรงแรม” โดยผู้กำกับได้ใช้การตัดต่อชักชวนให้คนดูตั้งคำถามกับชะตาชีวิตของตัวละครในเรื่อง ไม่ว่าการตัดต่อภาพมาลีกำลังขายตัวให้ลูกค้าสลับกับครอบครัวเธอกำลังทำบ้านใหม่ จนไปถึงการตัดสลับภาพมาลีกำลังถูกซ้อม กับภาพประชาชนรวมตัวประท้วง เป็นต้น โดยมีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างทั้งเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอจากภาพยนตร์ไทยในยุคเดียวกัน

 
 

๑๕. [นิรโทษกรรม จำเลยคดี ๖ ตุลา]
 
[พ.ศ. ๒๕๒๑]
ความยาว ๕๓.๓๙ นาที วีดีทัศน์ / สี / เสียง

ภาพยนตร์บันทึกภารกิจของ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ในกรณีการเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้กระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ให้เห็นว่าเป็นผลงานสำคัญชิ้นหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ นับเป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองเฉพาะกรณี เหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ที่มีชีวิตชีวาและสามารถสื่อแสดงให้เห็นความรู้สึกและอารมณ์ต่อหน้าต่อตาโดยตรง
 
 

๑๖.คนกลางแดด

วันแรกฉาย ๒ มิถุนายน ๒๕๒๒
ความยาว ๑๑๖ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง โมชั่นอาร์ตฟิล์มโปรดักชั่น
กำกับ คิด สุวรรณศร


ภาพยนตร์ผลงานเรื่องที่สองของคิด สุวรรณศร มีแรงดลใจสร้างเพื่อโอกาสที่กรุงเทพ ฯ จะมีอายุ ๒๐๐ ปี ในปี ๒๕๒๕ ภาพยนตร์เรื่องนี้ บันทึกประวัติศาสตร์กายภาพและสังคมกรุงเทพ ผ่านสายตาและทัศนคติของนักทำหนังไทยโดยตั้งโจทย์ในวาระที่กรุงเทพ ฯ กำลังจะมีอายุยืนยาวถึง ๒๐๐ ปี ประเทศกำลังจะเฉลิมฉลองความยั่งยืนของเมืองหลวง เป็นหนังไทยเรื่องเดียวที่สะท้อนวาระดังกล่าวและเป็นการสะท้อนในด้านขัดแย้งกับการฉลอง ภาพยนตร์เกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ๒๐๐ ปีอื่น ๆ ล้วนเป็นประเภทข่าวและสารคดีบันทึกเหตุการณ์พระราชพิธีฉลองกรุงที่รัฐบาลจัดขึ้น

 
 

๑๗. ไผ่แดง RED BAMBOO

วันแรกฉาย ๘ ธันวาคม ๒๕๒๒

ความยาว ๑๒๐.๑๓ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น อำนวยการสร้าง เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร
กำกับ เพิ่มพล เชยอรุณ


ภาพยนตร์ไทยที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายเสียดสีสังคมและการเมืองของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่บริบทของสังคมยังมีความหวาดระแวงในภัยคอมมิวนิสต์ ภาพยนตร์ได้นำเสนอการถกเถียง โน้มนำและวิพากย์ความคิด ทั้งคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตย สังคมนิยม ทุนนิยม และพุทธศาสนา ผ่านหมู่บ้านไผ่แดงเป็นเสมือนภาพจำลองเวทีแห่งการถกเถียงทางความคิดผ่านทางเหตุการณ์ต่าง เพื่อชี้ชวนให้ผู้ชมได้ขบคิดไม่แพ้ตัวนวนิยาย

 

๑๘. สะพานรักสารสิน

วันแรกฉาย ๖ มิถุนายน ๒๕๓๐

ความยาว ๑๒๑.๔๖ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
กำกับ เปี๊ยก โปสเตอร์

สะพานรักสารสิน สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต โศกนาฏกรรมรักของหนุ่มสาว โดยผู้สร้างนำพาภาพยนตร์ให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจหรืออุทาหรณ์สอนให้สังคมได้เรียนรู้และเข้าใจปัญหาชีวิตที่นำไปสู่ความผิดพลาด นอกจากนั้นยังมีการสอดแทรกเรื่องราวของวิถีชีวิตของชาวเลทั้งการประกอบอาชีพ และวัฒนธรรมการแสดงรองเง็งโดยคนพื้นถิ่นซึ่งเป็นบันทึกทางมานุษยวิทยาที่หาดูได้ยากอีกด้วย

 
 

๑๙. สตรีเหล็ก
 
วันแรกฉาย ๓ มีนาคม ๒๕๔๓
ความยาว ๑๑๗.๐๓ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ไท เอ็นเตอร์เท็นเมนท์ อำนวยการสร้าง วิสูตร พูลวรลักษณ์
กำกับ ยงยุทธ ทองกองทุน


ภาพยนตร์ที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง ของทีมวอลเล่ย์บอลชาย เขต ๕ จังหวัดลำปาง ที่เข้าร่วมแข่งกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๘ ปากน้ำโพเกม ที่จังหวัดนครสวรรค์และสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังเพราะผู้เล่นทั้งทีมเป็นกะเทย ภาพยนตร์สตรีเหล็กได้ฉีกกฎเกณฑ์ของการทำหนังในช่วงเวลานั้น ด้วยการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับกีฬาและเล่าเรื่องของเพศที่สาม ปกติการทำหนังไทยมักจะหลีกเลี่ยงการทำหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง เด็ก กีฬา และเพศที่สาม และประสบความสำเร็จด้านรายได้และการสร้างกระแสต่อสังคมในยุคนั้นเป็นอย่างดี

 
 

๒๐. สุดเสน่หา BLISSFULLY YOURS
 
วันแรกฉาย ๒๔ มกราคม ๒๕๔๖
ความยาว ๑๒๘ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง บริษัท ละอองดาว &, คิก เดอะ แมชชีน ประเทศไทย, แอนนา แซนเดอร์ ฟิล์ม
อำนวยการสร้าง อีริค ชาน, ชาร์ล เดอ มุกซ์
กำกับ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ภาพยนตร์เรื่อง สุดเสน่หา เป็นภาพยนตร์ที่พลิกสูตรในการเล่าหนังเรื่องที่ไม่ใช้มุมกล้อง หรือการตัดต่อ ลำดับภาพเพื่อให้เกิดอารมณ์ร่วมอย่าง ตื่นเต้น หรือ ตื่นตาตื่นใจ แต่ตั้งกล้องแช่ไว้นิ่ง ๆ แล้วบอกเล่าเรื่องราวบทบาทผู้มีอำนาจทางสังคมอย่างเพศชาย ให้ต่ำต้อยลง และเพิ่มอำนาจให้กับสตรีเพศเป็นหลัก ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จระดับโลกโดยได้รับรางวัล Un Certain Regard เทศกาลหนังเมืองคานส์ ในปี ๒๕๔๕ ซึ่งทำให้ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการภาพยนตร์ระดับโลก
 

๒๑. หมานคร CITIZEN DOG

วันแรกฉาย ๙ ธันวาคม ๒๕๔๗

ความยาว ๙๔.๕๘ นาที ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น, เดอะ ฟิล์ม แฟคตอรี่
อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
กำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง


ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมของ คอยนุช เรื่องราวที่สุดแสนจะแปลกแต่มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง มีการเล่าเรื่องแบบจิกกัด เพ้อฝัน แบบเหนือจริงและจินตนาการ สร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ และเล่าเรื่องที่เป็นความจริงที่ยิ่งกว่าตาเห็น ของมหานครที่หมุนเปลี่ยนไปตามกระแสอย่างรวดเร็วฉับไวยากแก่การเข้าใจ หนังได้สะท้อนให้เห็นความเป็นไทย แบบในยุค ๑๖ มม. ที่ใช้ฟิล์มสีรีเวอร์ซัลถ่ายหนัง ทำให้สีออกมาดูสดเกินจริงจนออกจะบิดเบี้ยว และการเล่าเรื่องแบบเพ้อฝัน ลิเก ทำให้หมานครกลายเป็นหนังเก่าที่ดูใหม่และร่วมสมัย

 
 

๒๒. FINAL SCORE 365 วัน-ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์

วันแรกฉาย ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ความยาว ๑๐๐.๕๗ นาที
สื่อดิจิทัล / สี / เสียง
บริษัทสร้าง จีเอ็มเอ็ม ไท หับ อำนวยการสร้าง จิระ มะลิกุล, ประเสริฐ วิวัตนานนท์พงษ์, ยงยุทธ ทองกองทุน, เช่นชนนี สุนทรศารทูล, สุวิมล เตชะสุปินัน
กำกับ โสรยา นาคะสุวรรณ


ภาพยนตร์ FINAL SCORE 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ เป็นเสมือนภาพบันทึกชีวิตวัยรุ่นชนชั้นกลางในเมืองในช่วงปลายทศวรรษ ๒๕๔๐ ที่ผู้ชมได้เห็นวิถีชีวิตของตัวละครที่วนเวียนอยู่ในพื้นที่บ้าน โรงเรียน สถานกวดวิชา สยามสแควร์ และ คอนเสิร์ตนักร้องอินดี้ ในยุคก่อนที่เทคโนโลยีโชเซียลมีเดียและสมาร์ทโฟนจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตวัยรุ่น อีกหนึ่งความสำคัญของภาพยนตร์ FINAL SCORE 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ คือ เป็นภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวของไทยเรื่องแรกที่ฉายในโรงภาพยนตร์ในวงกว้าง (ก่อนหน้านี้มีภาพยนตร์สารคดีไทยที่ฉายโรงภาพยนตร์แต่แบบจำกัดโรง คือ เสือร้องไห้ และ เด็กโต๋) และได้รับเสียงตอบรับทั้งในแง่รายได้ และ คำวิจารณ์ อย่างดี ถือเป็นจุดหมายสำคัญหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทย

 
 

๒๓. MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY.

วันแรกฉาย ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ความยาว ๑๖๕.๑๗ นาที สื่อดิจิทัล / สี / เสียง
บริษัทสร้าง ป๊อป พิคเจอร์ อำนวยการสร้าง อาทิตย์ อัสสรัตน์
กำกับ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์


Mary is Happy, Mary is Happy เป็นภาพยนตร์ที่ปลุกกระแสหนังนอกกระแสของวัยรุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเป็นหนังทดลองใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียมาเป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่อง เขาใช้ข้อความทวีตเตอร์ของแอคเคาท์หนึ่งที่ใช้ชื่อว่า แมรี่ มาโลนี่ @marylony จำนวน ๔๑๐ ทวีตโดยไม่ข้ามหรือตัดออกไปซักทวีตเดียวมาเป็นเส้นเรื่อง นับได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตของยุคสมัยนี้ และมีความผูกพันของกลุ่มคนที่ใช้ทวิตเตอร์นี้เป็นสื่อเครื่องมือในการสื่อสารเช่นกัน

 
 

๒๔. วังพิกุล VILLAGE OF HOPE
 
วันแรกฉาย ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗
ความยาว ๖๖.๕๒ นาที สื่อดิจิทัล / สี / เสียง
บริษัทสร้าง แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ปลาเป็นว่ายทวนน้ำ สตูดิโอ
อำนวยการสร้าง ปิยะฉัตร นาคภู่
ผู้กำกับ บุญส่ง นาคภู่


ภาพยนตร์ที่ทำขึ้นจากเรื่องราวในชีวิตบุคคลและวิถีชีวิตในครอบครัวของผู้กำกับ บุญส่ง นาคภู่ ณ หมู่บ้านวังพิกุล ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีแม่ที่แก่เฒ่าและลูก ๆ ๘ คน กับอาชีพทำนาซึ่งสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนเป็นบันทึกสังคมร่วมสมัย ไม่เพียงสภาพทางกายภาพของหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งในประเทศไทย แต่ยังสามารถบันทึกบุคลิกภาพ อารมณ์ความรู้สึก ของผู้คนในวิถีชีวิตของหมู่บ้านไว้ได้ด้วยโดยใช้พลังความงามผ่านภาพถ่ายที่สื่อออกมาด้วยสีขาว-ดำ

 
 

๒๕. เพลงของข้าว THE SONGS OF RICE
 
วันแรกฉาย ๒๒ มกราคม ๒๕๕๘
ความยาว ๗๕.๑๕ นาที สื่อดิจิทัล / สี / เสียง
บริษัทสร้าง เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น อำนวยการสร้าง พิมพกา โตวิระ
กำกับ อุรุพงศ์ รักษาสัตย์


ด้วยการไม่มีโครงสร้างที่แน่นอนปล่อยให้เหตุการณ์จากสถานที่ต่างๆร้อยเรียงกันอย่างอิสระ โดยใช้บทเพลงและภาพเล่าเรื่องราววิถีของข้าวที่มีต่อวิถีของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยยุคสมัยปัจจุบัน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคุณค่าอย่างกวีนิพนธ์ บรรยายวิถีชีวิตของชาวนาในประเทศไทยใน โดยใช้ภาพเคลื่อนไหวและเสียงจากเหตุการณ์นั้น ๆ โดยไม่อาศัยคำบรรยายใดเลย สามารถบันทึกกิจกรรมต่าง ๆของประเพณีและวิถีชีวิตชาวนาทั่วทุกภาคในประเทศไทยให้เห็นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

 
 

 

 


SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 440829 ออนไลน์ 5