รายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๕๕

๑. โชคสองชั้น (๒๔๗๐)

อำนวยการสร้างโดย กรุงเทพภาพยนตร์บริษัท "โชคสองชั้น"เป็นหนังไทยแท้เรื่องแรก
สร้างโดย กรุงเทพ ฯ ภาพยนตร์บริษัท ซึ่งต่อมาคือ บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง แห่งพี่น้อง
ตระกูล วสุวัต ผู้บุกเบิกกิจการสร้าง ภาพยนตร์ไทยซึ่งหอภาพยนตร์แห่งชาติ ค้นพบเศษฟิล์ม
เนกาติฟของภาพยนตร์ เรื่องนี้ เมื่อปี ๒๕๓๘ หรือ เมื่อ ๖๘ ปีต่อมา และสามารถช่วยชีวิต
ไว้ได้เพียง ๘๒ ฟุต ซึ่งกินเวลาฉายเพียงประมาณ ๑ นาทีเศษ จึงเป็น ตัวอย่างอันหาได้
ยากสุดแสนของ ภาพยนตร์ไทยยุคภาพยนตร์เงียบ

๒. ชีวิตก่อน ๒๔๗๕ (๒๔๗๓)

หนังบ้านถ่ายทำโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาท
นเรนทรพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ ทรงเป็นนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่นสำคัญพระองค์หนึ่ง
ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ในจำนวนนี้ มีฟิล์มภาพยนตร์ ซึ่งหม่อมเจ้าปิยะรังสิต พระโอรสของพระองค์
ทรงตัดต่อประมวลจากฟิล์มภาพยนตร์ ที่เสด็จพ่อของท่าน ทรงถ่ายบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์
ประจำวันและ เทศกาลต่าง ๆ ของชีวิตในวัง และที่พิเศษคือ การบันทึกภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรง
พระเยาว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือภาพบันทึกวินาทีประวัติศาสตร์เมื่อยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ 
เข้าเฝ้าเฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

๓. แห่รัฐธรรมนูญ (๒๔๗๖)

หนังบ้าน : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเป็นนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่นที่สำคัญที่สุดพระองค์หนึ่งในสยาม ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ผลงานภาพยนตร์
ส่วนพระองค์ ซึ่งทรงใช้ชื่อเรียกว่า “บ้านดอกไม้ฟิล์ม”ความสำคัญของภาพยนตร์นี้ ซึ่งกล่าวได้
ว่าเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวพันกับกรณีเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เพียงม้วนเดียวที่พบใน
ปัจจุบัน

๔. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จนิวัตพระนคร พ.ศ. ๒๔๘๑ (๒๔๘๑)

อำนวยการสร้างโดย บริษัท ไทยฟิล์ม จำกัด ภาพยนตร์ม้วนนี้เป็นตัวอย่างอันหาได้ยาก ของ
ภาพยนตร์ข่าวที่สร้างโดยบริษัทภาพยนตร์สำหรับฉายตามโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์นี้ ได้บันทึก
ภาพเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ของชาติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ยุวกษัตริย์
พระชนมายุเพียง ๑๓ พรรษา พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และสมเด็จพระราชชนนี ศรีสังวาลย์ เสด็จนิวัต
พระนครหรือสยาม เป็นการชั่วคราวนับเป็นครั้งแรกที่แผ่นดินสยามมีกษัตริย์ประทับอยู่ใน
ประเทศ หลังจากว่างเว้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๖

๕. การสวนสนามของกองกำลังเสรีไทย (๒๔๘๗)

เป็นภาพยนตร์ซึ่งถ่ายทำโดยช่างถ่ายภาพยนตร์ของฝ่ายสัมพันธมิตร บันทึกเหตุการณ์การสวน
สนามของกองกำลังเสรีไทย ที่นำโดยนายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะหัวหน้าเสรีไทยในประเทศ
ไทย ซึ่งจัดรวมพลพรรคเสรีไทยทั่วประเทศ ประมาณแปดพันคน กระทำพิธีสวนสนามพร้อม
อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายสัมพันธมิตร บนถนนราชดำเนินกลางใจ
กลางพระนคร ในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔๘๗ นับเป็นการประกาศต่อโลกว่าประเทศไทยยังมี
เอกราชเหนือแผ่นดินตนเองโดยสมบูรณ์ยังมีเกียรติศักดิ์ศรี มิได้ถูกยึดครองและถูกปลดอาวุธ
อย่างผู้แพ้ ให้ถือว่าการประกาศสงครามของรัฐบาลไทยต่อสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเป็นโมฆะ

๖. ทิ้งระเบิดกรุงเทพในสงครามโลกครั้งที่ ๒ (๒๔๘๗)

ถ่ายภาพ : ช่างภาพสนามของกองทัพสัมพันธมิตร ภาพยนตร์ม้วนนี้ บันทึกจากเครื่องบิน
บี ๒๙ ลำหนึ่งในฝูงบินที่ได้รับมอบภารกิจ บินมา ทิ้งระเบิดถล่มกรุงเทพ ในเวลากลางวัน ซึ่ง
คาดว่าคือปฏิบัติการของวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๔๘๗ ฝูงบินขึ้นบินจากสนามบิน ที่กัลกัตตา
หลังจากที่ประเทศไทยประกาศ สงครามกับสหรัฐและอังกฤษ เมื่อ ๒๕ มกราคม ๒๔๘๖
กองบินสัมพันธมิตรก็แห่มาทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ ทำให้คนไทย โดยเฉพาะชาวเมืองหลวงได้
สัมผัสอิทธิฤทธิ์ ของสงครามโลกเป็นครั้งแรก ภาพยนตร์การทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ นี้ มีความ
สำคัญในฐานะเป็นหลักฐานที่จะเตือนให้คนไทย ในรุ่นต่อ ๆ ไปประจักษ์ถึงความน่าสะพึงกลัว
ความน่าสลดใจของการทำลายล้าง อย่างมหันต์ของมนุษย์ด้วยกัน

๗. เหตุมหัศจรรย์ (๒๔๙๘)

ภาพยนตร์การ์ตูนไทยเรื่องแรก โดย ปยุต เงากระจ่าง ภาพยนตร์เรื่อง “เหตุมหัศจรรย์” เป็น
หนังการ์ตูนหรือแอนนิเมชั่นเรื่องแรก ของประเทศไทย ที่ทำสำเร็จโดย ปยุต เงากระจ่าง
และออกฉายสู่สาธารณะ เฉพาะกิจครั้งแรก ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย เมื่อ
๕ กรกฎาคม ๒๔๙๘ ใช้วิธีพากย์และทำเสียงประกอบสดขณะฉายในโรง จึงเป็นบันทึกการ
สานฝันและ ความฝันของจินตนาการไทย เป็นความทรงจำแห่งยุคสมัยเป็นจิตวิญญานแห่ง
แรงบันดาลใจ ฉันทะและวิริยะในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของชาติ

๘. สวรรค์มืด (๒๕๐๑)

อำนวยการสร้างโดย คันจราภาพยนตร์ “สวรรค์มืด” เป็นตัวอย่างหนึ่งในน้อยเรื่อง ของ
ภาพยนตร์ไทย ที่ผู้สร้างต้องการถ่ายทำ ในระบบมาตรฐานอุตสาหกรรม คือ ๓๕ มม. เสียงใน
ฟิล์มโดยบันทึกเสียงจริงขณะถ่ายทำ ในยุคที่ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยส่วนใหญ่ถ่ายทำระบบ ๑๖ มิลลิเมตร พากย์สดในโรง เป็นหนังรักหวานชื่นและขมขื่นที่เรียบง่าย ที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติ
ศาสตร์ภาพยนตร์ไทยเป็นภาพยนตร์รักและอุดมคติ ความรัก ระหว่างหนุ่มพนักงานเก็บขยะ
เทศบาลกรุงเทพฯ กับ สาวคนจรข้างถนน

๙. แม่นาคพระโขนง (๒๕๐๒)

อำนวยการสร้างโดย เสน่ห์ศิลปะภาพยนตร์ “แม่นาคพระโขนง” ฉบับที่สร้างโดย
เสน่ห์ โกมารชุน และแสดงเป็นแม่นาคโดย ปรียา รุ่งเรืองซึ่งออกฉายเมื่อปี ๒๕๐๒ และได้รับ
การต้อนรับจากผู้ชมเป็นประวัติการณ์ ทำรายได้สูงถึงล้านบาท นับได้ว่าเป็นแม่นาคภาพยนตร์
ฉบับที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุด เป็นบันทึกความทรงจำแห่งอารมณ์ ความรู้สึก รสนิยม
ความบันเทิงด้านภาพยนตร์ อิทธิพลความ เชื่อ ของสังคมไทยในยุคกึ่งพุทธกาลถ่ายทอดผ่าน
สื่อภาพยนตร์ ด้วยขนบ การแสดงอย่างนาฏลิเก และเทคนิคการถ่ายทำอย่างหนังบ้านจนตัว
ภาพยนตร์ ฉบับนี้กลายเป็นตำนานไปเสียเอง

๑๐. การชกมวยชิงแชมเปี้ยนโลกระหว่าง โผน กิ่งเพชร-ปาสคาล เปเรส พ.ศ. ๒๕๐๓ เวทีมวยลุมพินี กรุงเทพฯ (๒๕๐๓)

ถ่ายทำโดย สำนักงานสรรพสิริ (สรรพสิริ วิริยศิริ) การชกชิงตำแหน่งแชมเปี้ยนโลกมวยสากล
รุ่นฟลายเวธ ระหว่างโผน กิ่งเพชร กับ ปาสกาล เปเรซ เจ้าของแชมเปี้ยน ชาวอาเจนตินา
เมื่อ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๐๓ ที่เวทีลุมพินี กรุงเทพฯ ซึ่งการชกในวันนั้น ไม่มีการถ่ายทอดสด
ทาง วิทยุหรือโทรทัศน์ แต่มีการถ่ายภาพยนตร์บันทึกการชกไว้ตลอด ด้วยฟิล์ม-ขนาด ๑๖
มิลลิเมตร ขาว-ดำ โดยสำนักงานสรรพสิริ ผลการชกปรากฏ โผนเป็นฝ่ายชนะคะแนน กลายเป็น
นักชกแชมเปี้ยนโลกคนแรกของไทย ภาพยนตร์ เรื่องนี้จึงเป็นการบันทึกความทรงจำ ครั้งหนึ่ง
ของชาติ

๑๑. มือโจร (๒๕๐๔)

อำนวยการสร้างโดย แหลมทองภาพยนตร์ ในบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์ไทย ในยุค ที่เรียกว่า
๑๖ มม.วิจิตร คุณาวุฒิ นับว่า เป็นผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ที่ ประสบความสำเร็จ
มากที่สุด โดยเฉพาะ ในด้านความตั้งใจที่จะสร้างผลงานที่มี คุณภาพและคุณค่าทางศิลปะ 
“มือโจร” เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ “คุณาวุฒิ” ลงทุนสร้างด้วยตนเองและภาพยนตร์ เรื่องนี้
ยังได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในการประกวดตุ๊กตาทองเมื่อปี ๒๕๐๔ ถือเป็นรางวัลแรก
ของ  วิจิตร คุณาวุฒิ  ที่ภายหลังสามารถคว้ารางวัลนี้ได้อีกมากมายจนได้รับฉายาว่า 
"เศรษฐีตุ๊กตาทอง"

๑๒. เรือนแพ (๒๕๐๔)

อำนวยการสร้างโดย อัศวินภาพยนตร์ ผลงานภาพยนตร์ของบริษัท อัศวินภาพยนตร์ ของ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล หรือ “เสด็จพระองค์ชายใหญ่” เจ้านายนักสร้าง
ภาพยนตร์ ซึ่งทรงมีบทบาทและผลงานสร้างภาพยนตร์มาตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลก สำหรับ
"เรือนแพ"เป็นโครงการสร้างภาพยนตร์ที่นำดาราภาพยนตร์ฮ่องกง มาร่วมแสดงกับดารา
ภาพยนตร์ไทย เพื่อให้ภาพยนตร์ไทยมีช่องทางจำหน่ายออกต่างประเทศเรือนแพในหนัง
เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นรังที่พักพิงของชายหนุ่ม ๓ ชีวิต ซึ่งมีความฝันและเป้าหมายในอนาคต
ไปคนละทางทั้งนักมวย นักเรียนกฎหมาย และนักร้อง ทั้งสามต่างหวังปองรักหญิงสาว
คนเดียวกันนี่จึงเป็นเวทีของการชิงรัก การเสียสละ การเสียใจ และการสูญเสียทุกสิ่งในที่สุด

๑๓. บันทึกรักของพิมพ์ฉวี (๒๕๐๕)

อำนวยการสร้างโดย จินดาวรรณภาพยนตร์ ภาพยนตร์ไทย ๑๖ มิลลิเมตร เรื่องนี้ เป็นหนัง
เรื่องแรกของ เพชรา เชาวราษฎร์ และเป็น เรื่องแรก ที่แสดงนำคู่กับ มิตร ชัยบัญชา ก่อนที่
ทั้งคู่จะกลายเป็นดาราคู่ขวัญของวงการภาพยนตร์ไทย ในช่วงเวลาสิบปีเต็มต่อจากนั้น
เพชรารับบทเป็นพิมพ์ฉวี สาวผู้ยึดมั่นในรักแล้วมีอันต้องใจแตกสลาย เมื่อรู้ว่านายอาทร
คนรักที่เธอเฝ้าอุตส่าห์ส่งเสียให้ได้ร่ำเรียน ถึงเมืองนอกกลับหักหลังเธอด้วยการ ไปหมั้น
หมายกับเต็มดวงลูกเศรษฐี ก่อนที่ อาทรจะสำนึกผิดในสิ่งเลวที่เขาทำลงไปจึงขอกลับมา
คืนดีกับพิมพ์ฉวี และอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข โครงเรื่องเหมือนเทพนิยาย แต่นี่คือตัวอย่าง
ของหนังไทย ซึ่งเจตจำนง ของเจ้าของหรือผู้สร้าง คือการทำสินค้าขาย ความบันเทิง

๑๔. เงิน เงิน เงิน (๒๕๐๘)

อำนวยการสร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่สร้างโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์
เจ้าอนุสรมงคลการ หรือ “เสด็จพระองค์ชายเล็ก” ของวงการหนังไทย ในยุคนั้น นำแสดง
โดย มิตร ชัยบัญชาและ เพชรา เชาวราษฏร์ คู่พระนางยอดนิยมสูงสุด ในประวัติศาสตร์
ภาพยนตร์ไทย และผู้แสดง ประกอบเกือบทั้งวงการภาพยนตร์ไทย ใน ขณะนั้นด้วยการ
รวมเหล่าดารานักแสดงไว้มากมาย ถึง ๖๐ กว่าคนใช้คำโฆษณาว่า "เพลงพราว ดาวพรู
ดูเพลิน" และยังมี ๑๔ เพลงไพเราะจาก ๑๕ ยอดนักเพลง เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์ที่
สามารถเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ชัดเจน ทำหน้าที่
ปลอบประโลมใจคนยากคนจนให้มีความหวังที่จะฝันว่าจะมีพระเอกในฝัน หนุ่มหล่อ
ลูกมหาเศรษฐีมาช่วย มาหลงรัก และครองรักกับเราอย่างชื่นมื่นสุขใจ

๑๕. เสน่ห์บางกอก (๒๕๐๙)

อำนวยการสร้างโดย แหลมทองภาพยนตร์ ภาพยนตร์ในระบบ ๑๖ มม. แบบพากย์สด จากบท
ประพันธ์ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เล่าเรื่องของ แพร หนุ่มลูกทุ่ง บ้านศาลาเกวียนซึ่งหลงใหล
ไฝ่ฝันจะไปหา ความเจริญของเมืองบางกอก ถึงขนาดยอม หนีการบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่
และหนี การที่จะต้องแต่งงานกับ สไบ สาวลูกบ้านนาที่พ่อแม่เลือกไว้ให้เป็นภาพยนตร์ที่งดงาม
และซื่อตรง เป็นเอกสารบันทึกค่านิยมของ หนุ่มสาวบ้านนอกที่ใฝ่ฝันจะเข้าไปแสวงโชค
หรือชุบตัวในเมืองกรุงซึ่งเกิดขึ้นเป็นกระแส สังคมไทย ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒

๑๖. พยาธิตัวจี๊ด GNATHOSTOMA SPINIGERUM AND GNATHOSTOMIASIS IN THAILAND (๒๕๑๐)

สร้างโดย Faculty of Tropical MedicineUniversity of Medical Sciences ภาพยนตร์นี้
เป็นบันทึกผลงานเกียรติประวัติสำคัญ ของวงการแพทย์ไทยและเป็นเกียรติภูมิของชาติ
เป็นเอกสาร วิชาการอันมีชีวิตชีวา และเหนืออื่นใดภาพยนตร์นี้อาจจะเป็นแรงดลใจให้อนุชน
ที่มีโอกาสสัมผัส เกิดพลังที่จะ มุ่งมั่นเรียนรู้ศึกษาคนไทยน้อยคนจะรู้ว่า ผู้ที่ค้นพบวงจรของ
พยาธิตัวจิ๊ด เป็นรายแรกของโลกคือนายแพทย์สวัสดิ์ แดงสว่าง (๒๔๔๗-๒๕๓๔) ซึ่งท่านได้
ทำวิจัยร่วมกับ นายแพทย์เฉลิม พรหมมาศ(หลวงเฉลิมคัมภีร์เวชช์)และค้นพบเมื่อปี
พ.ศ. ๒๔๘๐ นายแพทย์สวัสดิ์ยังเป็นผู้ตั้งชื่อว่า พยาธิตัวจี๊ดการค้นพบนี้ทำให้ท่าน และ
ประเทศสยามมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเพราะช่วยให้โลกสามารถหาทางป้องกันการติดต่อของ
โรคนี้ได้นายแพทย์สวัสดิ์ แดงสว่าง นับเป็น ปรมาจารย์ผู้สร้างคุณูปการยิ่งใหญ่แก่วงวิชาการ
ปรสิตวิทยาและวงการแพทย์ไทย

๑๗. ยิงเป้านักโทษค้ายาเสพติด (๒๕๑๐)

เมื่อปี ๒๕๑๐ คณะรัฐมนตรี สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายก รัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจคณะ
ปฎิวัติให้ศาลทหารตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหาค้ายา เสพติด เฮโรอีน เป็นชายไทยเชื้อสายจีน
สองคน โดยช่างถ่ายภาพยนตร์ข่าวของ สถานีไทยโทรทัศน์ ช่อง ๔ ได้เข้าไปถ่าย ทำพิธีการ
ประหารชีวิตอย่างละเอียด เพื่อ เสนอเป็นรายงานข่าวในค่ำวันนั้นเป็นเจตนาของทางการที่
ต้องการแสดง ตัวอย่างให้นักค้ายาเสพติดเกรงกลัวอาญา บ้านเมืองภาพยนตร์นี้อาจไม่เหมาะ
ที่จะ ฉายเผยแพร่สู่สาธารณะโดยเฉพาะใน สมัยที่รัฐธรรมนูญของไทยรับรองสิทธิ มนุษยชน
และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์แต่เป็นภาพยนตร์ที่มีค่าในฐานะเอกสาร บันทึกกระบวนการ
ประหารชีวิตของไทย ในยุคสมัยนั้น

๑๘. อินทรีทอง (๒๕๑๓)

อำนวยการสร้างโดย สมนึกภาพยนตร์ ภาพยนตร์ไทยที่ก่อให้เกิดข่าวครึกโครม ตกใจ แก่
คนไทยทั้งประเทศในวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เมื่อ มิตร ชัยบัญชา ผู้กำกับ และผู้แสดง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบเหตุ เสียชีวิต ตกจากการโหนบันได ที่โรยจาก เฮลิคอปเตอร์ ขณะ
กำลังถ่ายทำฉากจบของภาพยนตร์และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย จึงก่อให้เกิดความ
สะเทือนอารมณ์แก่แฟนภาพยนตร์ขณะนั้นภาพยนตร์อินทรีทองจึงกลายเป็นหนังประวัติศาสตร์
หนังสยองขวัญ หนังโศกนาฏกรรมและ หนังแห่งความทรงจำร่วมของคนไทยและสังคมไทย
ในยุคสมัยปี ๒๕๑๓

๑๙. ดาไลลามะในสวนโมกข์ (๒๕๑๕)

หนังบ้านของสวนโมกขพลาราม เป็นภาพยนตร์ตัวอย่างที่เรียกว่า หนังบ้าน หรือให้ถูกชัดขึ้น
ก็ต้องว่าหนังวัดของวัดธารน้ำไหลสวนโมกขพลาราม ไชยา สุราษฎร์ธานี ซึ่งทางวัดได้มอบแก่
หอภาพยนตร์แห่งชาติเป็นภาพบันทึกเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕เมื่อองค์ดาไลลามะ ผู้นำ
ทางด้านจิตวิญญาณสูงสุดของชาวทิเบตเดินทางมาเยี่ยมท่านพุทธทาสภิกขุ ณ สวนโมกข
พลาราม ภาพยนตร์บันทึกภาพเหตุการณ์ตามลำดับอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีการจัดแสดง
ตั้งแต่ท่านดาไลลามะเดินทางมาถึงสวนโมกข์จนกระทั่งท่านพุทธทาสและชาวบ้าน ข้าราชการ
พากันไปส่งเพื่อเดินทางกลับที่สถานีรถไฟไชยา

๒๐. หนุมานพบ ๗ ยอดมนุษย์ (๒๕๑๗)

อำนวยการสร้างโดย บริษัทไชโยภาพยนตร์, สึบุรายะโปรดักชั่น เด็กไทย โดยเฉพาะเด็กชาย
ในยุค ๒๕๑๐ - ๒๕๒๐ ไม่ว่าอยู่ที่ใดในเมืองไทยไม่รอดพ้นจากอำนาจมนต์สนุกของภาพยนตร์
ชุดทางทีวีจากญี่ปุ่น คือ ชุดยอดมนุษย์ อุลตร้าแมนยอดมนุษย์ที่คอยพิทักษ์โลก โดยการปราบ
เหล่าร้าย สัตว์ประหลาดสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ อุลตร้าแมน จากญี่ปุ่น มามีสายสัมพันธ์ทางใจ
กับหนุมานสมุนเอกของพระรามสร้างโดยสมโภธิ แสงเดือนฉาย ซึ่งเคยไปศึกษาวิชาทำหนัง
ในโรงถ่ายโตโฮจนเกิดเป็นปัญหาการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ข้ามชาติกับทายาทของผู้สร้างยอด
มนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงมีค่าเป็นเครื่องมือ ในการสัมผัสอารมณ์ของเด็กไทยที่กำลังเติบโต
อยู่ในช่วงทศวรรษของปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นบันทึกความทรงจำที่มิอาจเล่าด้วยสื่ออื่นใดได้
นอกจากได้ดูบนจอภาพยนตร์

๒๑. ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น (๒๕๒๐)

อำนวยการสร้างโดย พร้อมมิตรภาพยนตร์, ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา
ได้เกิดกระแส หนังไทยที่มีเนื้อหาสาระสะท้อนหรือตีแผ่ หรือเปิดโปงปัญหาสังคมอย่างที่
ไม่เคยมีปรากฎมาก่อน “ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น” เป็นหนังของมจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล
หรือ ท่านมุ้ย ซึ่ง มีบทบาทเป็นหัวหอกคนหนึ่ง ในการ นำกระแสหนังไทยก้าวหน้า หรือคลื่น
ลูกใหม่ในขณะนั้น เล่าเรื่องของคน ตัวเล็ก ๆ ในสังคมซึ่งมีปัญหาเล็ก ๆ แต่ ปัญหานั้น
สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของทั้ง สังคม หนังนี้ยังสื่อสารถึงจิตวิญญาณ ของคนอีสานที่กระจาย
ระหกระเหินจาก บ้านเกิด ไปหากินต่างถิ่นให้เห็นถึงความคิดถึงบ้าน และความเห็นอกเห็นใจกัน

๒๒. ครูบ้านนอก (๒๕๒๑)

อำนวยการสร้างโดย ดวงกมลมหรสพภาพยนตร์ซึ่งสร้างจากนิยายชื่อเรื่องเดียวกัน โดย
คำหมาน คนไค นักวิชาการด้านการศึกษาและคนอีสานเป็นภาพยนตร์ที่สร้างโดย คนอีสาน
และทีมงานคนอีสาน คือ กมล กุลตังวัฒนา อดีตนักพากย์หนังกำกับโดย สุรสีห์ ผาธรรม
นักพากย์หนัง สายอีสานเช่นกัน เมื่อภาพยนตร์ออกฉาย ในปี ๒๕๒๑หลังจากเกิดเหตุการณ์
๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งทำให้บ้านเมืองกลับไปสู่การปกครองแบบเผด็จการอีกครั้งประเด็นเด่น
ของหนัง เริ่มต้นคือการยกครู หรือกล่าวถึงครู จิตวิญญาณของครู อุดมการณ์ของครูผู้ท้าทาย
อำนาจ อันมิชอบธรรม และปรากฏว่าภาพยนตร์ ได้รับการต้อนรับจากผู้ชมอย่างมากเป็น
ประวัติการณ์จนเกิดกระแสภาพยนตร์อีสานและวงการภาพยนตร์อีสานขึ้นเป็นครั้งแรกใน
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย

๒๓. เมืองในหมอก (๒๕๒๑)

อำนวยการสร้าง : มูฟวิ่งพิกเจอร์ “เมืองในหมอก” ของ เพิ่มพล เชยอรุณ เป็นการดัดแปลง
บทละครเรื่อง “ความเข้าใจผิด” ของ อัลแบร์ กามูส์ มาเป็นภาพยนตร์ไทย เพียงแต่ว่า แทนที่
เพิ่มพลจะดัดแปลงเรื่องให้เกิดใประเทศไทยเขากลับทำฉากให้ดูเหมือนว่าเป็นเมืองกันดาร
แปร่ง ๆ ที่ใดที่หนึ่งในโลก ซึ่งดูเหมือนไม่ใช่ประเทศไทยเมื่อหนังออกฉายในปี ๒๕๒๑
ไม่ได้รับการต้อนรับจากแฟนภาพยนตร์นัก ผู้กำกับหนังให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า เขาใช้
หัวหรือสมองและตั้งใจทำหนังเรื่องนี้มาก แต่คนดูไม่ยอมรับความสำคัญของเมืองในหมอก
ก็คือความที่มันมลังมเลือง และน่าค้นหาว่าสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดรสนิยมของคนดูและคนสร้าง
ศิลปะได้หรือไม่

๒๔. คนจร (๒๕๔๒)

อำนวยการสร้าง : ยูม่า ฟิล์ม “คนจร ฯลฯ” ของ อรรถพร ไทยหิรัญ เป็นภาพยนตร์ไทยที่ พิเศษ
แปลก ประหลาดเป็นหนังที่นักดูหนังไม่ว่าที่ใดในโลก จะต้องรู้สึกว่าหนังนี้คนทำไม่ธรรมดา
เพราะหนังได้รับการปรุงแต่งให้มองผ่านด้วยทัศนะของคติ การตีความและตีค่าเหตุการณ์
ตัวละครหรือ ปรากฏการณ์ต่าง ๆโดยความเป็นตัวตนของผู้สร้างเองน่าเสียดายที่
อรรถพร ไทยหิรัญ เกิดมาแล้วสามารถสร้างสรรค์งานภาพยนตร์ของเขาเองจริง ๆ ได้เพียงเรื่อง
เดียวนี้แต่คิดอีกทีหนึ่ง นี่ก็นับว่าเพียงพอแล้ว ที่จะเป็นเอกภาพยนตร์สำคัญเรื่องหนึ่ง ใน
ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย

๒๕. สวรรค์บ้านนา (๒๕๕๒)

อำนวยการสร้าง : เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น สำหรับภาพยนตร์ “สวรรค์บ้านนา” เป็นภาพยนตร์สารคดี
ดำเนินเรื่อง ขนาดยาวเรื่องแรกของอุรุพงษ์ รัษาสัตย์เขาเล่าเรื่องสวรรค์ของชาวนา เพื่อบอกว่า
สวรรค์บ้านนามีอยู่จริง หรือว่าสวรรค์หาย กลายเป็นนรกภาพยนตร์ของเขาแสดงให้เห็นการ
ซึมซับวิถีชีวิต ของชาวนา ทั้งลึกลงไปภายในหัวจิตหัวใจทั้งท่าทีอากัปกริยาอาการที่เป็นอยู่
เทศะหรือธรรมชาติแวดล้อม กาละหรือวันเวลาฤดูกาลที่ผันเวียนเล่าเรื่องเก่าที่ใครก็เล่ากัน
และดูเหมือนไม่มีวันจบ คือเรื่องชาวนา ผู้ไม่มีที่นาของตนเองกลายเป็น กรรมกรนารับจ้าง
ทำนาของคนอื่น ที่อาจไม่ใช่ชาวนา เรื่องของหนี้สิน นอกระบบ ที่รัดรึงชาวนาดุจโซ่ตรวน
หรือเชือกผูกคอและเรื่องเล่าเก่า ที่ชาวนาสิ้นหนทางอื่น นอกจาก ถูกเครื่องจักรกลดูดเข้าสู่
มหานครหลวงเป็นภาพยนตร์สารคดีที่มิได้พูดแทนแต่พูดโดยจิตวิญญาณของชาวนาใน
พ.ศ. นี้ หรือยุคสมัยของเรา

 


SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 2565 ออนไลน์ 13