Share       
 
ลานดารา มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ ทาริกา ธิดาทิตย์

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์

 ลานดารา มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ ทาริกา ธิดาทิตย์

 
วันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2560 ขอเชิญแฟนหนังไทยทุกท่าน มาร่วมเป็นเกียรติในพิธีประทับรอยมือรอยเท้าของ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ ทาริกา ธิดาทิตย์ เพื่อเป็นอมตนุสรณ์ ณ ลานดารา หน้าโรงภาพยนตร์ศรีศาลายา พร้อมร่วมรับฟังประสบการณ์การทำงานในวงการภาพยนตร์ของทั้งสองท่านอย่างใกล้ชิด เปิดงานด้วยการฉายผลงานการแสดงภาพยนตร์ร่วมกันเรื่อง กระดังงากลีบทอง (2519) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 482 2013-14
 
 
ประวัติ
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช
          มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 เป็นลูกสาวของ สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช นักแสดงและนักหนังสือพิมพ์ผู้กว้างขวางในวงการบันเทิงและวงการสื่อมวลชน หลังเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เธอได้เข้าทำงานที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ก่อนจะไปเรียนต่อด้านเลขานุการที่ประเทศนิวซีแลนด์
          เมื่อกลับมาเมืองไทย มยุรฉัตรได้ทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่สายการบินแอร์สยาม สายการบินเอกชนของไทยในขณะนั้น ต่อมาจึงได้รับการชักชวนจาก สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ ซึ่งเห็นแววดาราของเธอมาตั้งแต่สมัยที่ทำงานอยู่ที่ช่อง 4 บางขุนพรหม ให้มารับบทนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง มารรัก  ที่เขากำกับ ประกบคู่กับไพโรจน์ ใจสิงห์
เมื่อออกฉายในปี พ.ศ. 2516 ผลปรากฏว่า มารรัก กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลให้ชื่อของนางเอกใหม่อย่างมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อ วิจิตร คุณาวุฒิ ผู้กำกับเจ้าของฉายาเศรษฐีตุ๊กตาทอง ได้นำเธอมารับบทนำประกบกับ นาท ภูวนัย และ วันดี ศรีตรัง ในภาพยนตร์เรื่อง น้ำเซาะทราย ซึ่งออกฉายในปลายปีเดียวกัน มยุรฉัตรได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางการแสดงที่น่าประทับใจ จนทำให้เธอได้รับการจับตามองในฐานะนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทคนใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย
นับตั้งแต่นั้น มยุรฉัตรก็มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายบทบาท ทั้งบทดีและบทร้าย อาทิ ทิวาหวาม (2517) คุณหญิงนอกทำเนียบ (2517) จำเลยสวาท (2518) ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) ไผ่กำเพลิง (2519) หัวใจที่ไม่อยากเต้น (2520) ครูขาหนูเหงา (2521) ไฟในทรวง (2522) ดวงยิหวา (2529)  เหยื่อ (2530) เรือมนุษย์ (2531) ฯลฯ  โดยเธอสามารถคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากบทบาทที่เข้มข้นและเชือดเฉือนอารมณ์ในเรื่อง ป่ากามเทพ (2519) ซึ่งกำกับโดย วิจิตร คุณาวุฒิ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชื่อเสียงอย่างมากบนจอเงิน แต่ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2520 มยุรฉัตรก็เริ่มมีผลงานภาพยนตร์ลดน้อยลง เนื่องจากหันไปแสดงละครโทรทัศน์ และในยุคที่ยังไม่มีผู้จัดละครโทรทัศน์ในเมืองไทยมากนัก มยุรฉัตรก็ได้เป็นนักแสดงคนแรก ๆ ที่ผันตัวมารับบทบาทนี้และประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมทั้งปลุกปั้นนักแสดงขึ้นมาประดับวงการบันเทิงหลายต่อหลายคน เป็นส่วนสำคัญให้เธอเป็นหนึ่งในบุคคลของวงการที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงในปัจจุบัน
 
ทาริกา ธิดาทิตย์
          ทาริกา ธิดาทิตย์ เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2495 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาจึงได้เดินทางเข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสัตย์สงวนวิทยา และชั้นมัธยมศึกษา
ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย โดยได้แสดงความสามารถในด้านการร้องเพลงด้วยการเป็นนักร้องเพลงไทยเดิมของโรงเรียน
หลังจบระดับชั้นมัธยมศึกษา ทาริกาได้เข้าศึกษาวิชาด้านธุรกิจการโรงแรมจนจบหลักสูตร แต่ด้วยพรสวรรค์ทางด้านการร้องเพลงที่มีมาแต่ต้น ทำให้เธอเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักร้องประจำไนท์คลับที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ในขณะนั้น จากนั้นจึงได้เข้าสู่วงการแฟชั่นด้วยการเป็นนางแบบเดินแบบให้สถานเสริมความงามต่าง ๆ
จากนักร้องและนางแบบ ทาริกาได้ผันตัวมาสู่โลกการแสดง ด้วยการสนับสนุนของ พิมพ์พรรณ บูรณะพิมพ์ ลูกสาวของนักแสดงมากฝีมือ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ โดยพิมพ์พรรณได้แนะนำเธอให้รู้จักกับ พันเอกพยุง พึ่งศิลป์ เจ้าของบริษัทรัชฟิล์มทีวี จนทำให้เธอได้มีโอกาสแสดงในภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องดังของรัชฟิล์ม คือ สามสาววัยสวาท และ หุ่นไล่กา
หลังจากประเดิมการเป็นนักแสดงด้วยผลงานทางจอแก้ว ไม่นานทาริกาก็ได้เข้าสู่วงการจอเงิน เมื่อได้รับการคัดเลือกจาก ไชยา สุริยัน พระเอกชื่อดัง ให้มารับบทนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง ธนูสวาท ที่เขาสร้างและลงมือกำกับ รวมทั้งแสดงนำด้วยตนเอง ออกฉายเมื่อ พ.ศ. 2516 นับจากนั้นเธอก็มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ออกมาเป็นจำนวนมาก ด้วยบทบาทที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือการแสดงอันหลากหลาย  เช่น พยานบาป (2517) มีนัดไว้กับหัวใจ (2518) ช่องว่างระหว่างหัวใจ (2519) สิงห์สำออย (2520) วัยตกกระ (2521) จำเลยรัก (2521) อยู่กับก๋ง (2522) ไร้เสน่หา (2522) ร้ายก็รัก (2522) นางสาวโพระดก (2524) แม้เลือกเกิดได้ (2525) ดั่งเม็ดทราย (2528) ฯลฯ นอกจากนี้เธอยังได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ในงานมหกรรมภาพยนตร์เอเชีย-แปซิฟิกที่ประเทศออสเตรเลีย จากภาพยนตร์เรื่อง เหนือกว่ารัก (2521) ที่เธอทุ่มเทฝีมืออย่างเต็มที่และลงทุนโกนหัวจริง ๆ ในฉากที่ตัวละครบวชเป็นแม่ชี
 เมื่อวงการละครโทรทัศน์เริ่มเป็นที่นิยม ในช่วงต้นทศวรรษ 2520  ทาริกาก็ได้กลับไปมีผลงานทางจอแก้วอีกครั้ง ส่งผลให้งานภาพยนตร์เริ่มลดจำนวนลงตามลำดับ และต่อมาเธอก็ได้ผันตัวเข้าสู่การเป็นผู้จัดละครโทรทัศน์ จากการช่วยเหลือและสนับสนุนของ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช จนกลายเป็นผู้จัดละครที่มีบทบาทและได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่งของวงการตราบจนปัจจุบัน
 
ทั้งนี้ นักแสดงหญิง 2 ท่านที่อยู่ในวงการมายาวนาน โดยทั้งคู่เริ่มต้นมีผลงานภาพยนตร์ในปีเดียวกัน ตั้งแต่ พ.ศ. 2516 และมักได้แสดงร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง เช่น กระดังงากลีบทอง (2519) พรายกินรี (2519) หัวใจที่ไม่อยากเต้น (2520) โอ้..มาดา (2520) เพลงรักเพื่อเธอ (2521) 35 กะรัต (2522) หลวงตา (2523) ไปจนถึงบทบาทที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำอย่างยิ่ง คือ บทหญิงใหญ่และหญิงเล็กในภาพยนตร์เรื่อง บ้านทรายทอง (2523) และ พจมาน สว่างวงศ์ (2523) อันโด่งดัง 
กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
เกี่ยวกับหอภาพยนตร์ | งานอนุรักษ์ | ข่าวสารและกิจกรรม | พิพิธภัณฑ์ | ห้องสมุด | สินค้า | ประกาศ | INTRANET | ติดต่อเรา

94 หมู่ 3 ถนนพุทธมณฑลสาย5 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 0-2482-2013, โทรสาร 0-2482-2015 filmarchivethailand@gmail.com

All rights reserved © 2012 fapot.org
ผู้เข้าชม 2923 ออนไลน์ 8